หน้าหลัก >> บริการออนไลน์ (e-services) >> ระบบข่าว >> จำนวนผู้เข้าชม: 832,688 บทความสิ่งแวดล้อม : ‘ตลาดเก่า-ตลาดใหม่’ พร้อมใจลดการใช้พลาสติก

บทความสิ่งแวดล้อม : ‘ตลาดเก่า-ตลาดใหม่’ พร้อมใจลดการใช้พลาสติก
หน่วยงาน : กองส่งเสริมและเผยแพร่ วันที่ประกาศ : 08/10/2562 15:33 น. จำนวนผู้เข้าชม 70 PRINT

ตลาดเก่า-ตลาดใหม่’ พร้อมใจลดการใช้พลาสติก

          บรรดาตลาดสดไม่ว่าขนาดเล็กขนาดใหญ่ต่างให้ความสำคัญกับการจัดการขยะและการรักษาความสะอาดมากขึ้นเป็นลำดับ เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคมีทางเลือกในการเลือกซื้อมากขึ้น

          โดยเฉพาะภายหลังจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้รณรงค์ลดขยะพลาสติก เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ปี 2561 เป็นต้นมา มีตลาดจำนวนหนึ่งเริ่มปรับตัวด้วยการลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก และยกเลิกการใช้โฟมใส่อาหาร 

          เช่น ตลาดองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.)  ภายหลังร่วมลงนามประกาศเจตนารมย์ “ตลาดสดนำร่องลดพลาสติกและโฟม” กับกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้ตั้งเป้าให้ตลาดเลิกใช้ภาชนะโฟม 100% ตั้งแต่ต้นปี 2562 เป็นต้นมา ขณะเดียวกันได้ร่วมกับเอสซีจีพัฒนาถุงพลาสติกที่ลดเนื้อพลาสติกลง 20% และใช้วัสดุผสมทดแทน แต่ในฐานะเป็นตลาดเก่าที่เปิดให้บริการมานาน การผลักดันนโยบายเลิกใช้ถุงพลาสติกจึงยังต้องใช้เวลาในการปรับตัว

          กมลวิศว์ แก้วแฝก ผู้อำนวยการ อ.ต.ก. เปิดเผยว่า หลังจากเริ่มดำเนินโครงการนี้ร้านค้าที่อยู่ในเครือข่ายตลาดเกษตรอินทรีย์ได้หันมาใช้ถุงพลาสติกของโครงการ ทำให้ลดการใช้พลาสติกในส่วนนี้ลง 20% โดยตลาดยังคงเป้าหมายลดการใช้พลาสติกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังต้องขอความร่วมมือและรณรงค์ให้ทั้งพ่อค้าแม่ค้า ตลอดจนผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่อไป

          ตลาดโก้งโค้ง ตลาดโบราณย้อนยุคแห่ง จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอีกแห่งที่เปิดบริการมา 13 ปีแล้ว ปัจจุบันพ่อค้าแม่ค้าได้เริ่มลดการใช้ถุงพลาสติก และเลิกใช้กล่องโฟม 100% โดยหันไปใช้ใบตอง ถุงกระดาษ หรือภาชนะที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้

       นภาพร เวชพฤกษ์พิทักษ์ ผู้ริเริ่มตลาดโก้งโค้ง เล่าว่า ตลาดไม่มีนโยบายใช้กล่องโฟมตั้งแต่ต้น ต่อมาเกิดกระแสการใช้ภาชนะจากวัสดุธรรมชาติ จึงแนะนำให้ร้านค้านำวัสดุจากธรรมชาติแทนการใช้ภาชนะพลาสติก ร้านไหนมีความพร้อมก็นำวัสดุจากธรรมชาติมาใช้ ซึ่งกลายเป็นกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้า แต่ไม่ได้มีการบังคับทุกร้าน

         “การห้ามใช้ทั้งหมดคงเป็นเรื่องยาก เพราะต้นทุนวัสดุธรรมชาติบางอย่างราคาค่อนข้างสูง จาก 100 กว่าร้าน ลดพลาสติกไปได้ประมาณ 40% ก็ถือว่าดี ของฝากบางประเภทยังจำเป็นต้องใช้กล่องพลาสติก ส่วนขยะเปียกทาง อบต.เป็นผู้จัดเก็บ และมีแม่ค้าบางส่วนนำกลับไปใช้เลี้ยงสัตว์”

          สำหรับตลาดเปิดใหม่ที่ลดการใช้พลาสติกค่อนข้างเป็นรูปธรรม เช่น ตลาดโอ๊ะป่อย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี มีความโดดเด่นในแง่การรักษาความสะอาด โดยร้านค้ากว่า 90% จะใช้บรรจุภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติและสามารถย่อยสลายได้

          ดร.ปิรันธ์ ชิณโชติ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวสวนผึ้ง จ.ราชบุรี ในฐานะหัวเรี่ยวหัวแรงผู้ก่อตั้งตลาดแห่งนี้ร่วมกับชุมชน วัด และโรงเรียน อธิบายว่า  บรรดาร้านค้าซึ่งประกอบด้วยร้านจำหน่ายอาหารคาว อาหารหวาน ตลอดจนเครื่องดื่ม จะแขวนป้าย “ฝากทิ้งขยะ” ไว้ทุกร้าน เพราะที่นี่ไม่มีถังขยะไว้บริการ ทำให้นักท่องเที่ยวต้องเรียนรู้และไม่ทิ้งขยะเรี่ยราด

          “ร้านค้าจะติดป้ายให้ลูกค้าคืนช้อนส้อมหรือคืนจานอาหารตามจุดต่าง ๆ พร้อมกับมีป้ายรับฝากทิ้งขยะทุกร้าน เพื่อไม่ให้หมู่บ้านท่ามะขามซึ่งเป็นที่ตั้งของตลาดเป็นผู้รับภาระในการจัดการขยะ เราจะให้ทุกร้านค้าเก็บขยะนำไปคัดแยกที่หมู่บ้านของตัวเอง

          “ขณะเดียวกันจะมีเด็กๆ จากโรงเรียนท่ามะขามคอยเดินเก็บขยะ เพื่อนำไปคัดแยกด้านหลังตลาด ไม่ว่าขยะเปียก หรือขยะแห้ง ส่วนขยะพลาสติก มีไม่เกิน 1-2 ร้านที่ยังใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก เช่น ร้านขายน้ำแร่ ซึ่งเป็นน้ำแร่ของสวนผึ้ง และบางร้านที่จะต้องใช้ถุงพลาสติกห่อของฝากนักท่องเที่ยว แต่ที่นี่ไม่มีใช้หลอดพลาสติก ไม่มีถุงพลาสติกหูหิ้ว และปลอดโฟม 100%” อาจารย์ปิรันธ์ ระบุ

          อย่างไรก็ตาม  ดร.ปิรันธ์ ตั้งเป้าว่า ภายในปี 2563 ตลาดโอ๊ะป่อย ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จะเป็นตลาด Zero Waste หรือตลาดขยะเหลือศูนย์ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นตลาดแห่งแรกของประเทศไทยที่มีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อพื้นที่ ปราศจากขยะ และรักษาสิ่งแวดล้อม

          อีกตลาดทางภาคใต้ที่เปิดมาแล้ว 5 ปี นั่นก็คือ ตลาดใต้โหนด หรือหลาดใต้โหนด อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ก่อตั้งเมื่อปี 2557 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นตลาดของชุมชนที่ปลอดสารเคมี เน้นรื้อฟื้นอาหารพื้นบ้านที่มีการปรุงกันสดๆ ในตลาด หวังให้ผู้บริโภคได้รับประทานของดี โดยห้ามใช้โฟมเด็ดขาดมาตั้งแต่เริ่มเปิดบริการ

          นอกจากนี้ได้รณรงค์ให้ร้านค้าเลิกใช้บรรจุภัณฑ์หรือภาชนะพลาสติก ยกเว้นร้านข้าวแกงที่ยังใช้อยู่ เนื่องจากหลีกเลี่ยงลำบาก แต่โดยรวมแล้วหลังการคัดแยกขยะจะพบว่ามีขยะพลาสติกไม่เกิน  2 ถุงดำเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับจำนวนร้านค้าร่วม 200 ร้าน

          นิยุติ สงสมพันธุ์ เจ้าของตลาดใต้โหนด ระบุว่า เพื่อลดขยะประเภทย่อยสลายยาก จึงได้รณรงค์ให้มีการนำถุงผ้ามาซื้อสินค้า ขณะเดียวกันทางตลาดมีถุงผ้าและตะกร้าไว้จำหน่ายในราคาต้นทุน เพื่อให้ลูกค้าลดการใช้ถุงพลาสติก ตลอดจนให้ร้านค้าใช้ภาชนะที่มาจากธรรมชาติ เช่น ใบตอง ใบบัว ภาชนะจักสาน โดยในอนาคตตั้งเป้าให้ตลาดใต้โหนดเป็นตลาด Zero Waste 100% 

          ความมุ่งมั่นเลิกใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกและถุงพลาสติกในตลาดนับเป็นเรื่องที่ดี และควรให้การสนับสนุน แต่ต้องยอมรับความจริงว่าต้องใช้เวลาในการปรับตัว โดยเฉพาะตลาดเก่าที่เปิดมานาน จะต้องมีการสื่อสารทำความเข้าใจถึงอันตราย ตลอดจนมีทางเลือกให้ร้านค้าทั้งหลายปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ที่ต้นทุนไม่สูงนักหรืออยู่ในระดับใกล้เคียงกัน ขณะที่ตลาดเปิดใหม่ส่วนใหญ่เจ้าของและร้านค้าให้ความร่วมมือด้วยดี

          อย่างไรก็ตาม การรณรงค์การจัดการขยะให้ประสบความสำเร็จ นอกจากจะต้องดำเนินนโยบายให้มีความต่อเนื่องแล้ว สิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวดซึ่งเป็นตัวอย่างความสำเร็จในหลายพื้นที่มาแล้วก็คือ ต้องทำให้ทุกคนในชุมชนนั้นๆ ไม่ว่าเจ้าของตลาด และร้านค้า “วิน-วิน” ระหว่างการประกอบอาชีพกับการพลิกฟื้นชุมชนให้เป็นสังคมปลอดขยะ 100%

#คุณภาพสิ่งแวดล้อมคือคุณภาพชีวิต

อ่านบทความสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ เพิ่มเติม  >>คลิก<<

TAG ที่เกี่ยวข้อง