หน้าหลัก >> บริการออนไลน์ (e-services) >> ระบบข่าว >> จำนวนผู้เข้าชม: 832,702 บทความสิ่งแวดล้อม : โจทย์ใหญ่การจัดการขยะมูลฝอยในประเทศไทย

บทความสิ่งแวดล้อม : โจทย์ใหญ่การจัดการขยะมูลฝอยในประเทศไทย
หน่วยงาน : กองส่งเสริมและเผยแพร่ วันที่ประกาศ : 08/10/2562 15:32 น. จำนวนผู้เข้าชม 100 PRINT

โจทย์ใหญ่การจัดการขยะมูลฝอยในประเทศไทย

          รัฐบาลไทยโดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบมาตรการทางภาษี เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2562 โดยให้สิทธิประโยชน์สำหรับบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สามารถนำรายจ่ายจากการซื้อบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ย่อยสลายได้เองทางชีวภาพ และได้รับใบรับรองผลิตภัณฑ์จากกระทรวงอุตสาหกรรม มาหักเป็นรายจ่ายได้ 25% หรือหักภาษีได้ 1.25 เท่า สำหรับรายจ่ายตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 – 31 ธันวาคม 2564

          นี่คือมาตรการความคืบหน้าล่าสุดจากรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติก โดยก่อนหน้านั้นคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2561 ยังได้มอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินโครงการ “ทำความดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม” เพื่อลดปริมาณขยะมูลฝอย ลดการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว และงดใช้โฟมบรรจุอาหาร

          การขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว เช่น ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2561 หน่วยงานภาครัฐเริ่มมาตรการลด และคัดแยกขยะมูลฝอยพร้อมกันทั่วประเทศ โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ จะนำผลการดำเนินงานมาใช้เป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพของหน่วยงานภาครัฐ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562

          นอกจากนี้ อุทยานแห่งชาติ ทั้ง 154 แห่ง กำหนดให้ลดการใช้แก้วพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งถุงพลาสติกหูหิ้ว โฟมบรรจุอาหารและขวดน้ำดื่มพลาสติกมีแคปซีลในพื้นที่อุทยาน ขณะที่องค์การสวนสัตว์จะลดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว โฟมบรรจุอาหารในพื้นที่สวนสัตว์ทั้ง 8 แห่ง พร้อมกับจะมีการคัดแยกขยะมูลฝอยภายในสวนสัตว์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 พร้อมกันนี้ทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้ดำเนินการจัดการขยะบกสู่ขยะทะเล ในพื้นที่ 24 จังหวัด ติดชายฝั่งทะเลอีกด้วย

          สำหรับภาคเอกชนซึ่งมีบทบาทสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ทางภาครัฐได้ส่งเสริมให้ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ และตลาดสดทั่วประเทศ ลดการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว งดใช้โฟมบรรจุอาหาร รวมทั้งสร้างความรู้ความเข้าใจให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้บรรจุภัณฑ์หรือภาชนะใช้ซ้ำได้ ซึ่งได้เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2561

          และเพื่อเป็นการประกาศนโยบายของรัฐอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2562 คณะรัฐมนตรียังได้เห็นชอบโรดแมปการจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561- 2573 โดยตั้งเป้าลดปริมาณขยะพลาสติกลงประมาณ 0.78 ล้านตันต่อปี และจะประหยัดงบประมาณในการจัดการขยะได้ประมาณ 3,900 ล้านบาทต่อปี

          โรดแมปดังกล่าวนี้ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทย ได้ร่วมกันรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนลดการใช้วัสดุพลาสติกลง ซึ่งได้กำหนดระยะเวลาการเลิกใช้พลาสติกแต่ละประเภทไว้อย่างชัดเจน โดยภายในปี 2562 จะเลิกใช้พลาสติก 3 ชนิด ประกอบด้วย พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม, พลาสติกผสมสารอ็อกโซ่ และพลาสติกผสมไมโครบีด

          นอกจากนั้น ภายในปี 2565 จะยกเลิกอีก 4 ชนิด คือ พลาสติกหูหิ้วที่มีความหนาน้อยกว่า 36 ไมครอน, กล่องโฟมบรรจุอาหาร, แก้วพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง และหลอดพลาสติก ยกเว้นสำหรับใช้กับเด็ก คนชรา และผู้ป่วย

          สุดท้ายภายในปี 2570 หรืออีก 8 ปี จะส่งเสริมและสนับสนุนการนำขยะพลาสติกเข้าสู่กระบวนการนำกลับมาใช้ประโยชน์ 100% 

          หากภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนร่วมมือกันดำเนินการตามนโยบายที่ได้ประกาศไว้และมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ไทยจะเป็นประเทศที่สามารถลดปริมาณขยะพลาสติกลงได้ จากที่ปี 2561 มีปริมาณขยะรวมกันถึง 27.8 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.64  เมื่อเทียบกับปี 2560 ที่มีปริมาณ 27.37 ล้านตัน (ที่มา: กรมควบคุมมลพิษ) ขณะเดียวกันไทยติดอันดับ 6 ที่มีขยะพลาสติกลงสู่ทะเล

          ดังนั้น การขับเคลื่อนการจัดการขยะยังเป็นวาระสำคัญระดับชาติที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกัน ตั้งแต่การสร้างวัฒนธรรมการคัดแยกขยะจากครัวเรือนไปจนถึงการจัดการขยะโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงการผลักดันเชิงนโยบายให้สามารถนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ให้ได้มากที่สุด


#คุณภาพสิ่งแวดล้อมคือคุณภาพชีวิต

อ่านบทความสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ เพิ่มเติม >>คลิก<<

TAG ที่เกี่ยวข้อง