หน้าหลัก >> บริการออนไลน์ (e-services) >> ระบบข่าว >> จำนวนผู้เข้าชม: 810,137 ทส. เชิดชูเกียรติท้องถิ่น โชว์ผลงานและนวัตกรรม “เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน” ๖ เทศบาลชนะเลิศ ระดับประเทศ เตรียมเข้ารับพระราชทานถ้วยรางวัลฯ

ทส. เชิดชูเกียรติท้องถิ่น โชว์ผลงานและนวัตกรรม “เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน” ๖ เทศบาลชนะเลิศ ระดับประเทศ เตรียมเข้ารับพระราชทานถ้วยรางวัลฯ
หน่วยงาน : กองส่งเสริมและเผยแพร่ วันที่ประกาศ : 14/09/2562 20:33 น. จำนวนผู้เข้าชม 293 PRINT

ทส. เชิดชูเกียรติท้องถิ่น โชว์ผลงานและนวัตกรรม “เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน” ๖ เทศบาลชนะเลิศ ระดับประเทศ เตรียมเข้ารับพระราชทานถ้วยรางวัลฯ

              วันนี้ (12 ก.ย.2562) กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมจัดประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน” พร้อมมอบรางวัล เชิดชูเกียรติเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ระดับพื้นที่ ประจำปี 2562 จำนวน 107 แห่ง และรางวัลโครงการประกวดพื้นที่สีเขียวในเมือง ประจำปี 2561 จำนวน 9 แห่ง ตลอดจนแสดงผลงานโดดเด่นและนวัตกรรมการพัฒนาสู่ “เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน” ณ โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ กทม. โดยมี นายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน และในวันที่ 13 ก.ย. 2562 นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานมอบรางวัลเชิดชูเกียรติเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ระดับประเทศ จำนวน 57 แห่ง ก่อนนำเทศบาลที่ได้รับรางวัลชนะเลิศยอดเยี่ยมระดับประเทศ จำนวน 6 แห่ง เข้ารับพระราชทานถ้วยรางวัลจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ต่อไป 

               นายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษา รมว.ทส. กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาชุมชนเมืองสู่ความยั่งยืน เพื่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals, SDGs) โดยกำหนดทิศทางการพัฒนาไว้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งบรรจุไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 การพัฒนาเมืองสู่ความยั่งยืน ที่ต้องคำนึงถึงการพึ่งตนเองได้ มีอัตลักษณ์ มีความภูมิใจในท้องถิ่นของตนเอง สร้างชุมชนน่าอยู่ สังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัย และที่สำคัญ คือ การพัฒนาเมืองนั้นต้องมีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่ง กระทรวงฯ ถือเป็นภารกิจสำคัญในการผลักดันนโยบายการปฏิรูปประเทศ และแผนแม่บทสู่การปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม โดยใช้กลไกประชารัฐ  4 P : Public - Private - People - Partnership สร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การผลักดัน ให้เกิดเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนในทุกจังหวัดของประเทศไทย ภายใน ปี 2563 ตลอดจนขยายผลให้ครอบคลุมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งในอนาคต ซึ่งผลงานของเทศบาลทั้ง 107 แห่ง ที่ได้รับรางวัลจากการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ประจำปี 2562 ในครั้งนี้ ชี้ให้เห็นว่า การจะขับเคลื่อนกิจกรรมให้บรรลุเป้าหมายและเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน จำเป็นต้องอาศัยพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน บูรณาการการดำเนินงานร่วมกัน โดยมีปัจจัยความสำเร็จอยู่ที่ภาคประชาสังคม และทีมงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นแกนหลักสำคัญในการพัฒนาเมือง ตลอดจนมีสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ซึ่งเป็นผู้แทนของกระทรวงฯ ในระดับพื้นที่ ช่วยเป็นพี่เลี้ยงและที่ปรึกษาในการขับเคลื่อนการดำเนินงานให้สำเร็จและบรรลุเป้าหมายได้  

         นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัด ทส. กล่าวเสริมว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินการแปลงนโยบายและเป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี สู่การปฏิบัติ โดยการส่งเสริมให้เกิดเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ รวมทั้งผลักดันให้เกิดการพัฒนาศักยภาพทั้งคนและเมืองอย่างมีส่วนร่วม โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และหลักคิดการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นธงนำทาง เพื่อพัฒนายกระดับเทศบาลทั่วประเทศสู่ความน่าอยู่อย่างยั่งยืน ที่เอื้อต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจและสังคม สอดคล้องเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งในระดับชาติ ประชาคมอาเซียนและประชาคมโลก และมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๐ ได้เห็นชอบหลักการและแนวทางการขับเคลื่อนเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน โดยให้กระทรวงฯ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดแนวทางการขับเคลื่อนเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนให้มีความชัดเจน เป็นรูปธรรมมากขึ้น ด้วยการกำหนด “1 จังหวัด 1 เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน” เป็นเป้าหมายในระดับชาติ เพื่อขยายผลครอบคลุม ๗๖ จังหวัดทั่วประเทศ ภายในปี

๒๕๖๓  ซึ่งกระทรวงฯ โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้ประสานพลังความร่วมมือในการขับเคลื่อนการดำเนินงานเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายทั้งในส่วนกลาง และระดับพื้นที่ ทั้ง สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1-16  สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด 76 จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา แกนนำชุมชน  ตลอดจนพัฒนาเครื่องมือ รูปแบบการดำเนินงาน ปรับปรุงเกณฑ์ชี้วัดเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ภายใต้ ๔ องค์ประกอบ 34 ตัวชี้วัด ได้แก่ เมืองอยู่ดี  คนมีสุข สิ่งแวดล้อมยั่งยืน และเมืองแห่งการเรียนรู้ และการบริหารจัดการที่ดี เพื่อให้ก้าวทันต่อสถานการณ์ทั้งในเวทีระดับอาเซียนและระดับสากล โดยเฉพาะสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงเพิ่มมากขึ้น อันเนื่องมาจากการขยายตัวของชุมชนเมือง (Urbanization) และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก

      ด้าน นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน” กำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ ๑๒ - ๑๓ กันยายน ๒๕๖๒ ณ โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ กทม. เพื่อเผยแพร่แนวทางการดำเนินงานที่ดี สร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน และยกย่องเชิดชูเกียรติองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีผลงานการพัฒนาเมืองที่โดดเด่นสู่สาธารณะ จุดประกายและสร้างแรงบันดาลใจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคีอื่นๆ  โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม ประมาณ ๑,๐๐๐ คน  ได้แก่ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ แกนนำชุมชนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนจากภาคีที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมือง เช่น สถาบันการศึกษา องค์กรพัฒนาเอกชน ภาคประชาสังคม หน่วยงานภาครัฐ เป็นต้น กิจกรรมภายในงาน มีทั้ง การเสวนา และการบรรยายทางวิชาการ นิทรรศการผลงานโดดเด่นและนวัตกรรมด้านการพัฒนาและจัดการสิ่งแวดล้อมเมืองที่ได้รับรางวัลทั้งในระดับพื้นที่และระดับประเทศ กว่า 25 บูธ ตลอดจนการมอบโล่เชิดชูเกียรติ และมอบใบประกาศเกียรติคุณ ให้กับเทศบาลที่ได้รับรางวัลจากการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ประจำปี ๒๕๖2 ในระดับพื้นที่ และระดับประเทศ รวมทั้งรางวัลโครงการประกวดพื้นที่สีเขียวในเมือง ประจำปี พ.ศ. 2561

       สำหรับรางวัลเชิดชูเกียรติเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ระดับพื้นที่ ประจำปี 2562 มอบให้กับเทศบาลนคร เทศบาลเมือง และเทศบาลตำบล รวม 107 แห่ง แบ่งเป็น ระดับดีเยี่ยม 52 แห่ง ระดับดีมาก 40 แห่ง และระดับดี 15 แห่ง และรางวัลโครงการประกวดพื้นที่สีเขียวในเมือง ประจำปี พ.ศ. 2561  จำนวน 9 แห่ง แบ่งเป็น ระดับดีเยี่ยม 1 แห่ง ระดับดีมาก 4 แห่ง และระดับดี 4 แห่ง โดยมีนายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษา รมว.ทส. เป็นผู้มอบรางวัล ขณะที่ รางวัลเชิดชูเกียรติเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปี 2562 มอบให้กับเทศบาลนคร เทศบาลเมือง และเทศบาลตำบล รวม 57 แห่ง โดยมีนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ให้เกียรติเป็นผู้มอบรางวัล แบ่งเป็น รางวัลชนะเลิศเทศบาลน่าอยู่ อย่างยั่งยืนยอดเยี่ยมระดับประเทศ  3 แห่ง ได้แก่ เทศบาลนครลำปาง จ.ลำปาง เทศบาลเมืองลำพูน จ.ลำพูน และ เทศบาลตำบลป่าสัก  จ.ลำพูน และ รางวัลชนะเลิศเทศบาลด้านสิ่งแวดล้อมยั่งยืนยอดเยี่ยมระดับประเทศ 3 แห่ง ได้แก่ เทศบาลนครนครสวรรค์         จ.นครสวรรค์ เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์  จ.กาฬสินธุ์ และ เทศบาลตำบลกำแพง จ.สตูล ซึ่งทั้ง 6 แห่งจะได้เข้ารับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ต่อไป อีกทั้งจะได้รับการพัฒนาเสริมศักยภาพ ต่อยอด ยกระดับให้เป็นแหล่งเรียนรู้การจัดการสิ่งแวดล้อมเมืองยั่งยืนภูมิภาคอาเซียน (Environmentally Sustainable City)  นอกจากนี้ ยังมอบรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืน จำนวน 11 แห่ง รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 เทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืน จำนวน 17 แห่ง รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ ๓ เทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืน จำนวน 10 แห่ง รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ ๑ เทศบาลด้านสิ่งแวดล้อมยั่งยืน จำนวน ๑ แห่ง และรางวัลชมเชยเทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืน จำนวน     12 แห่ง

pic1 pic2 pic3