หน้าหลัก >> บริการออนไลน์ (e-services) >> ระบบข่าว >> จำนวนผู้เข้าชม: 810,100 บทความ : ปลุกวัยใสหัวใจสีเขียว คัดแยก - แปรรูปขยะสร้างรายได้

บทความ : ปลุกวัยใสหัวใจสีเขียว คัดแยก - แปรรูปขยะสร้างรายได้
หน่วยงาน : กองส่งเสริมและเผยแพร่ วันที่ประกาศ : 13/09/2562 16:18 น. จำนวนผู้เข้าชม 143 PRINT

          เดิมทีโรงเรียนวัดตโปทาราม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ถูกห้อมล้อมไปด้วยกองขยะ และน้ำจากอ่างเก็บน้ำบางพระมักจะเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่โรงเรียนอยู่เสมอๆ โดยมีกองขยะจำนวนมากลอยตามมากับน้ำ ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่ว กลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคสารพัด และหลังน้ำลดพื้นที่โรงเรียนกว่า 20 ไร่ จะเต็มไปด้วยเศษซากขยะ
          วินัย บัวป้อม ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดตโปทาราม อธิบายว่า เมื่อปี 2554 ทางโรงเรียนได้ร่วมมือกับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ร้านค้าในโรงเรียน และภาคประชาสังคมที่อยู่โดยรอบ พลิกฟื้นพื้นที่เสื่อมโทรมจากสภาพน้ำท่วมให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียว หรือ Green Zone โดยนำมาเป็นสถานที่ผลิตอาหารกลางวันสำหรับเลี้ยงเด็กนักเรียนกว่า 400 คน
          โครงการดังกล่าวเริ่มต้นจากการน้อมนำหลักปรัชญาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ทรงมี วิธีคิดอย่างองค์รวม ทรงมองสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดอย่างเป็นระบบครบวงจร มองทุกสิ่งเป็นพลวัตที่ทุกมิติเชื่อมต่อกัน กล่าวคือ ขยะไม่ใช่แค่การคัดแยกขยะ แต่ยังสามารถเสริมเรื่อง “อาชีพ” จากการแปรรูปขยะเข้าไปได้ด้วย  
          นั่นจึงเป็นที่มาของการส่งเสริมและสนับสนุนจากองค์กรภายนอกทั้งภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เข้ามาให้ความรู้และจัดระบบการคัดแยกขยะนำไปแปรรูปตามหลักการ 3Rs จนสามารถจัดตั้งธนาคารขยะ ขึ้นในปี 2557
          นอกจากนั้นยังนำแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงผสมผสานกับแนวคิดรักษ์โลก ด้วยการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ด้านต่าง ๆ ขึ้นหลายศูนย์ อาทิ ศูนย์เรียนรู้ใบเงินใบทอง มีการฝึกให้เด็กเก็บกวาดเศษใบไม้มาทำปุ๋ยหมัก ศูนย์การเรียนรู้หยาดน้ำทิพย์ มีการนำเศษอาหารมาทำปุ๋ยอินทรีย์ ทำน้ำหมักชีวภาพสำหรับใช้บำรุงดินในแปลงผักผลไม้ของโรงเรียน โดยเฉพาะศูนย์เรียนรู้ ผ.ผักรักสุขภาพ มีการปลูกผักปลอดสารเคมี 100% ดังนั้นทุก ๆ วันนักเรียนจะได้กินอาหารกลางวันที่สะอาดและปลอดสารพิษ
          ยังมีศูนย์เรียนรู้เดือนจ๋าเดือน อุตสาหกรรมทางการเกษตรขนาดจิ๋วที่เด็ก ๆ ได้เรียนรู้วิธีเลี้ยงไส้เดือนจากเศษผักเศษผลไม้ เพื่อผลิตมูลไส้เดือนมาใช้ และสามารถจำหน่ายปุ๋ยไส้เดือนสร้างรายได้ระหว่างเรียนอีกทางหนึ่งด้วย
          โรงเรียนวัดตโปทาราม ยังมีร้านกาแฟพิทักษ์โลก ที่ให้ความรู้และฝึกทักษะการประกอบอาชีพแก่เด็กให้รู้จักคัดแยกและแปรรูปขยะจากกากเมล็ดกาแฟ หรือกากใบชา มาทำเป็นผลิตภัณฑ์ อาทิ น้ำยาล้างจาน สบู่ล้างมือ แชมพูสระผม โดยร้านกาแฟแห่งนี้ได้รับการสนับสนุนจากโครงการหลวงกาแฟดอยตุง เข้ามาช่วยหนุนเสริมการประกอบอาชีพ และวัตถุดิบ
          และเพื่อให้การจัดการขยะเหลือศูนย์ ทางโรงเรียนได้กำหนดให้มีถังขยะสำหรับการคัดแยกเพียงจุดเดียว คือที่โรงอาหารเพื่อให้เป็น “ธนาคารขยะ” โดยมีสโลแกนเก๋ ๆ ว่า  “จุดเดียวก็เฟี้ยวได้” เพื่อจูงใจให้นักเรียนมาทิ้งขยะ ณ จุดนี้ และทุก ๆ เช้าก่อนเข้าห้องเรียน แกนนำนักเรียนจะประกาศผ่านเครื่องขยายเสียง และประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ให้เพื่อน ๆ ทั้งโรงเรียนรับรู้ว่า แต่ละวันมีการเก็บขยะได้เท่าไร และควรจะต้องลดปริมาณขยะให้ได้มากกว่านี้ได้อย่างไรบ้าง  
          ทั้งหมดนี้คือการจัดการขยะแบบองค์รวมตามแนวทางพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ทรงพระราชทานไว้ ดังนั้นรางวัลแห่งชัยชนะของโรงเรียนวัดตโปทารามในวันนี้ ไม่ใช่ถ้วยรางวัล หรือ ประกาศนียบัตร แต่คือการฝึกให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติจริง ด้วย ‘หัวใจสีเขียว’ ไม่ใช่เพราะถูกโรงเรียน หรือครูบังคับให้เดินเก็บขยะ ให้ดื่มน้ำจากกระบอกน้ำ กดน้ำจากเครื่องกรอง ไม่ใช้ถุง หลอดดูด หรือบรรจุภัณฑ์พลาสติก ฯลฯ แต่เด็กเหล่านี้มีการคัดแยกขยะและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจนกลายเป็นวิถีในการดำเนินชีวิต  
          จะเห็นได้ว่าทุกวันนี้แทบจะไม่มีขยะให้เด็กนักเรียนโรงเรียนวัดตโปทารามที่เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาตอนต้นได้เก็บอีกแล้ว เพราะผลสัมฤทธิ์จากการทำงานเป็นทีมเวิร์ค ทุกกิจกรรมของโรงเรียนไม่เพียงสร้างความสนุกสนาน แต่ยังได้สร้างความรักความสามัคคี เกิดการช่วยเหลือเกื้อกูล และมีมิตรภาพระหว่างกัน ที่สำคัญยังสร้างรายได้ระหว่างเรียนอีกด้วย จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้โรงเรียนวัดตโปทารามได้รับการยกย่องให้เป็นโรงเรียนปลอดขยะเหลือศูนย์ระดับประเทศ หรือ Zero Waste School

#คุณภาพสิ่งแวดล้อมคือคุณภาพชีวิต

อ่านบทความสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ เพิ่มเติม >> คลิก <<


TAG ที่เกี่ยวข้อง