หน้าหลัก >> บริการออนไลน์ (e-services) >> ระบบข่าว >> จำนวนผู้เข้าชม: 810,083 พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ มอบนโยบายกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 8 ข้อ ชู 4 ด้านเร่งด่วน แก้ภัยแล้ง ลดปริมาณขยะ รักษาฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ มอบนโยบายกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 8 ข้อ ชู 4 ด้านเร่งด่วน แก้ภัยแล้ง ลดปริมาณขยะ รักษาฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
หน่วยงาน : กองส่งเสริมและเผยแพร่ วันที่ประกาศ : 29/08/2562 16:51 น. จำนวนผู้เข้าชม 338 PRINT

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ มอบนโยบายกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 8 ข้อ ชู 4 ด้านเร่งด่วน แก้ภัยแล้ง ลดปริมาณขยะ รักษาฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

          วันนี้ (29 สิงหาคม 2562) เวลา 10.00 น. ณ ห้องอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เป็นประธานการตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการปฏิบัติราชการของรัฐบาล และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงฯ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ร่วมให้การต้อนรับและรับฟังแนวนโยบายฯ
          พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ เปิดเผยว่าตามที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2562และมอบนโยบายต่อผู้บริหารระดับสูง เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ที่ผ่านมา ได้กําหนดเป้าหมายที่จะพัฒนาประเทศไทยให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และนโยบายรัฐบาลนโยบายหลัก 12 ด้าน ด้านที่ 10 ได้ให้ความสําคัญในเรื่องการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและการรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โอกาสนี้ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้กล่าวมอบนโยบายการดําเนินงานด้านการฟื้นฟู อนุรักษ์ ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 8 ข้อ ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลได้ให้ความสําคัญอย่างมาก โดยให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดําเนินการ ดังนี้

1. ปกป้อง รักษา ฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า อย่างจริงจัง
2. ปรับปรุงระบบที่ดินทํากิน และลดความเหลื่อมล้ํา ในการถือครองที่ดิน
3. ส่งเสริมการบริหารจัดการน้ํา ทั้งระบบแหล่งน้ําชุมชน และทะเล
4. สร้างความมั่นคง ของฐานทรัพยากรแร่ และทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อการพัฒนาประเทศและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
5. แก้ไขปญหาก ั ๊าซเรือนกระจก และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
6. พัฒนาระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน
7. พัฒนากลไก แก้ไขปญหาความข ั ัดแย้ง ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
8. แก้ไขปญหาการจ ั ัดการขยะ และของเสยอย ี ่างเป็นระบบ

          พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยังได้เน้นย้ําถึงนโยบายและเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องดําเนินการให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ความสําคัญ ซึ่งครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน ได้แกด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ดําเนินการตามแผนแม่บท การบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ๒๐ ปี

ประกอบด้วย 6 ข้อ ได้แก่

1) เร่งรัดการขุดเจาะบ่อบาดาล ในพื้นที่วิกฤติเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ให้กับประชาชน
2) สร้างความมั่นคงด้านน้ํา โดยยกระดับมาตรฐานประปาหมู่บ้าน ประชาชนเข้าถึงน้ําดื่มสะอาดอย่างทั่วถึง
3) อนุรักษ์ ฟื้นฟู รักษา แม่น้ําและคูคลอง ทั่วประเทศ
4) สนับสนุนการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยประยุกต์ศาสตร์พระราชา ปราชญ์ท้องถิ่น และเทคโนโลยีจากต่างประเทศ เข้ามาสนับสนุนการบริหารจัดการน้ําอย่างเป็นระบบ 5) วางแผนบริหารจัดการน้ําแล้ง น้ําท่วม น้ําเสีย ทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤต และ ๖) พัฒนาแหล่งน้ําที่มีอยู่เพื่อรองรับปริมาณน้ําฝนในฤดูฝนที่จะมาถึง และป้องกันปัญหาภัยแล้งในปีต่อไปด้านทรัพยากรธรรมชาติ ประกอบด้วย 6 ข้อ ได้แก่

1) เพิ่มพื้นที่ป่า และพื้นที่สีเขียวตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ
2) ขึ้นทะเบียนพื้นที่ป่าและป่าชายเลน ให้เป็นมรดกโลก
3) จัดทําแนวเขตธรรมชาติเพื่อกันไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งระหว่างสัตว์ป่าและประชาชน
4) สํารวจและจัดที่ดินทํากิน ให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าโดยการใช้กลไก คทช.
5) พิจารณาหาแนวทางการแก้ไขปัญหาการทับซ้อนของกฎหมายที่ดินเช่น พื้นที่ป่า กับพื้นที่ ส.ป.ก. เป็นต้น
6) เร่งรัดการกําหนดมาตรการ คุ้มครอง และป้องกัน การสูญเสียชีวิตของสัตว์ทะเลหายาก และ
7) จัดทําแผนป้องกัน การกัดเซาะชายฝั่งทะเล อย่างยั่งยืน

ด้านสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย 2 ข้อ ได้แก่

1) แก้ไขปัญหาขยะ ขับเคลื่อนการลดพลาสติก และงดใช้โฟมอย่างจริงจัง ห้ามการนําเข้าขยะพลาสติก หรือขยะอิเล็กทรอนิกส์ จากต่างประเทศ และ 2) ป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และฝุ่นละออง ในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ และพื้นที่ภาคใต้ รวมทั้ง ปัญหาฝุ่นละออง (PM10 และ PM 2.5) ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จังหวัดสระบุรี และเมืองใหญ่ต่าง ๆด้านการสร้างจิตสํานึก และการมีส่วนร่วมของประชาชน ประกอบด้วย 3 ข้อ ได้แก่ 1) ส่งเสริมเครือข่าย ทสม. รสทป. และ เครือข่ายภาคประชาชนอื่น ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 2) สร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน เพื่อร่วมกันบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยใช้แนวทางประชารัฐ และ 3) ปรับปรุง กฎ ระเบียบที่ล้าสมัยและเป็นปัญหาอุปสรรค ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน และการพัฒนาประเทศตามแนวทางประชารัฐ ทั้งนี้ ขอให้ผู้บริหารข้าราชการ และบุคลากรของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมน้อมนํา “หลักราชการ”ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นหลักคุณธรรมและจริยธรรมในวิชาชีพข้าราชการที่สําคัญยิ่ง ที่พึงยึดถือเป็นแนวทางประพฤติปฏิบัติ ๑๐ ประการ มาเป็นแนวทางในการดําเนินงานตามภารกิจหน้าที่ตามที่ได้กล่าวมาให้เกิดผลสัมฤทธิ์ อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดความยั่งยืนต่อไปท้ายสุด พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอชื่นชมและเป็นกําลังใจ ให้กับผู้บริหารข้าราชการ และบุคลากรของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทุกคน ในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อประชาชน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนของประเทศชาติสืบไปสําหรับการดําเนินงานที่ผ่านมา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้บูรณาการการทํางานร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ในการบริหารจัดการและปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ อาทิ ด้านทรัพยากรธรรมชาติ ได้ดําเนินการทวงคืนพื้นที่ป่าไม้ที่ถูกบุกรุกจากนายทุน จํานวนกว่า 8 แสนไร่ จัดที่ดินทํากินให้กับประชาชนภายใต้โครงการ คทช. กว่า 7 แสน 2 หมื่นไร่ประชาชนมีที่ดินทํากินกว่า 8 หมื่น 4 พันราย จัดตั้งป่าชุมชน ป่าในเมือง ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําได้พัฒนาระบบกระจายน้ําเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร มีประชาชนได้รับประโยชน์กว่า 9 แสน 4 หมื่นครัวเรือน และด้านสิ่งแวดล้อม ได้สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับประชาชน โดยจัดทํา Roadmapการจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย จัดทําแผนแม่บทการจัดการขยะมูลฝอยของประเทศ สามารถกําจัดขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย ได้กว่า 10 ล้านตัน เป็นต้นนอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังมีเป้าหมายดําเนินการในการ ฟื้นฟู อนุรักษ์ รักษาทรัพยากรธรรมชาติ และแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความสมดุล ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ดีเกิดความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ดังนี้

ด้านทรัพยากรธรรมชาติ

  1. การเร่งรัดการจัดที่ดินทํากินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล โดยมีพื้นที่เป้าหมาย ดังนี้

- ภาคกลาง จํานวน 12 พื้นที่ รวม 8 จังหวัด - ภาคตะวันตก จํานวน 5 พื้นที่ รวม 4 จังหวัด

- ภาคใต้ จํานวน 23 พื้นที่ รวม 10 จังหวัด - ภาคเหนือ จํานวน 30 พื้นที่ รวม 16 จังหวัด

- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จํานวน 27 พื้นที่ รวม 17 จังหวัด

  1. การบูรณาการแก้ไขปัญหาสัตว์ป่า (ช้าง ลิง) ออกนอกพื้นที่ป่า
  2. การเพิ่มพื้นที่ป่า /ผลักดันการเสนอพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน ป่าชายเลนระนอง เป็นมรดกโลก

รวมถึงอุทยานธรณีโลก/ถ้ํา

  1. รักษาและฟื้นฟูพื้นที่ป่าชายเลน โดยบูรณาการการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง
  2. สนับสนุนงบประมาณในการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์องค์ความรู้เรื่องไม้มีค่าฯ และการก่อสร้างสวนสัตว์แห่งใหม่

ด้านสิ่งแวดล้อม

  1. ผลักดัน/การขับเคลื่อนการบริหารจัดการขยะ และขยะพลาสติก อย่างครบวงจร
  2. บูรณาการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าและฝุ่นละออง (PM 2.5)
  3. บูรณาการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และผลักดันให้บรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือน

กระจกของประเทศ ตามเป้าหมาย NDC 20% (111 ล้านตัน) ภายในปี พ.ศ. 2573 การปรับตัวต่อ

ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสร้างขีดความสามารถด้านการบริหารจัดการการ

เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

  1. การก่อสร้างระบบกําจัดขยะมูลฝอยและน้ําเสียชุมชนให้ครอบคลุมพนท ื้ ี่วิกฤต
  2. การสร้างจิตสํานึกสิ่งแวดล้อมทุกภาคส่วน
  3. การใช้มาตรการทางภาษี/มาตรการทางเศรษฐศาสตร์

ด้านทรพยากรน้ำ

  1. บูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยในพื้นทวี่ ิกฤต
  2. บูรณาการการจัดการทรัพยากรน้ํากับสํานักงานทรัพยากรน้ําแห่งชาติ และสํานักงานคณะกรรมการกระจายอํานาจ
pic1 pic2 pic3 pic4