หน้าหลัก >> บริการออนไลน์ (e-services) >> ระบบข่าว >> จำนวนผู้เข้าชม: 805,911 บทความ "ประยุกต์ประเพณีดั้งเดิม จัดการขยะชุมชนเหลือศูนย์"

บทความ "ประยุกต์ประเพณีดั้งเดิม จัดการขยะชุมชนเหลือศูนย์"
หน่วยงาน : กองส่งเสริมและเผยแพร่ วันที่ประกาศ : 19/08/2562 14:20 น. จำนวนผู้เข้าชม 149 PRINT

บทความ "ประยุกต์ประเพณีดั้งเดิม จัดการขยะชุมชนเหลือศูนย์"

บทความ "ประยุกต์ประเพณีดั้งเดิม จัดการขยะชุมชนเหลือศูนย์"

          ถ้าไม่มี “โค้ชชุมชน” จากบ้านระเบิกขาม จ.บุรีรัมย์ ดีกรีชนะเลิศชุมชนปลอดขยะ ระดับประเทศ ประจำปี 2560 มาเป็น “เทรนเนอร์” ชุมชนหนองขาย่าง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นชุมชนน้องใหม่ คงยังใช้วิธีการจัดการขยะแบบเดิมๆ ด้วยการเผาหน้าบ้าน แบบบ้านใครบ้านมัน และก๊าซเรือนกระจกจากการเผาไหม้ก็จะถูกปล่อยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศต่อไป

          ชุมชนบ้านระเบิกขามได้เข้ามาเป็นพี่เลี้ยงฝึกกระบวนการสร้างภาคีเครือข่าย อาทิ โรงพยาบาล โรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และวัด ให้มาทำงานร่วมกัน มีการศึกษาดูงานจากชุมชนพี่เลี้ยง และในฐานะเป็นคนบุรีรัมย์เหมือนกัน ยังมีการรื้อฟื้น “จะนองจองใด” ประเพณีและวัฒนธรรมดั้งเดิมกลับมาใช้เชื่อมโยงการบริหารจัดการขยะจนประสบความสำเร็จ

          ในเวลาไม่นานชุมชนน้องใหม่เข้าใจกระบวนการทำงานและเรียนรู้วิธีการคัดแยกขยะในพื้นที่ชุมชนตัวเอง เช่น ขยะประเภทไหนสามารถรีไซเคิลได้ ขยะใดนำไปทำปุ๋ยได้ รวมทั้งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปใช้ถุงผ้า ตะกร้า และปิ่นโต

          “จะนองจองได” คือประเพณีชุมชนที่เจ้าภาพนิยมใช้ปิ่นโตใส่อาหารหรือขนมไปส่งตามบ้านของผู้มาช่วยงานในแต่ละครั้ง จึงนำปิ่นโตมาประยุกต์ทดแทนการใช้ถุงพลาสติก หรือที่เรียกกันว่า “ปิ่นโตบุญ” รวมถึงการหิ้วตะกร้าไปทำบุญที่วัด หรือไปจ่ายตลาด โดยไม่รับถุงพลาสติกและกล่องโฟม

          ชุมชนบ้านระเบิกขามยังมีการจัดตั้งธนาคารขยะสะสมบุญในทุกวันพระ ชาวบ้านจะนำขยะมาบริจาคและขาย สร้างเงินรายได้ให้แก่คนในชุมชน ในฐานะโค้ชพี่เลี้ยงจึงได้นำต้นแบบทั้งหมดนี้ไปขยายผลต่อที่บ้านหนองขาย่าง ซึ่งแม้จะเป็นชุมชนห่างไกล แต่มีการสร้างขยะพลาสติกและโฟมจำนวนมหาศาล

          ขยะในชุมชนหนองขาย่างส่วนใหญ่ถูกนำเข้ามาจากภายนอก โดยเฉพาะตลาดนัดที่มีมากถึง 9 ครั้งต่อเดือน จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้บ้านระเบิกขามต้องมาช่วยรณรงค์ให้ชาวบ้านปรับเปลี่ยนไปใช้ “ถุงผ้า” และ “ตะกร้า” ในการจับจ่ายตลาด พร้อมกับขอความร่วมมือพ่อค้าแม่ค้าในตลาดนัดให้เลิกใช้ถุงพลาสติก และโฟมบรรจุอาหาร

          การรณรงค์ได้ผลมากขึ้นเป็นลำดับ เพราะชาวบ้านหันมานิยมใช้ถุงผ้า และตะกร้ากันมากขึ้น ที่สำคัญบ้านไหนไม่คัดแยกขยะ ทางชุมชนจะใช้มาตรการเด็ดขาด นั่นคือไม่แจกถุงผ้า หรือปิ่นโตแก่บ้านหลังนั้น ซึ่งถือเป็นกุศโลบายในการกระตุกต่อมจิตสำนึกในทางอ้อม

          ที่มาของงานประเพณีในหมู่บ้านที่ทำสืบต่อกันมา ชาวบ้านจะพกถุงพลาสติกไปร่วมงานคนละหลายๆ ใบ เพราะเจ้าภาพจะแจกข้าวปลาอาหารสำหรับคนที่มาช่วยงานกลับบ้านเป็นการตอบแทน และทุกคนจะใช้ถุงพลาสติกสำหรับตักอาหารใส่

          ชุมชนพี่และชุมชนน้องบ้านหนองขาย่างจึงได้เกิดแนวคิด “หิ้วปิ่นโต” ไปร่วมงาน โดยออกเป็นกฎเหล็กให้ชาวบ้านนำเงินใส่ปิ่นโตในขาไป ส่วนขากลับตักกับข้าวใส่ปิ่นโตกลับ แทนการนำเงินใส่ซองกระดาษแล้วพกถุงพลาสติกไปตักอาหาร เรียกได้ว่าเป็นการทำบุญเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม

          ในที่สุดประเพณี “จะนองจองใด” ก็ถูกใช้เป็นกลยุทธ์ในการจัดการขยะเหลือศูนย์จนประสบความสำเร็จ

          และแล้วทุกวันนี้หมู่บ้านหนองขาย่างไม่มีการเผาขยะ และไม่พกถุงพลาสติก ขยะที่มีจะได้รับการคัดแยกไปรีไซเคิล ทุกคนในหมู่บ้านเริ่มเห็นความสำคัญของการลดการใช้ถุงพลาสติก แม้กระทั่งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ก็ไม่มีการแจกซอง หรือถุงซิปใส่ยาที่ทำจากพลาสติก

          เรียกได้ว่าชาวบ้านทุกคนเดินยืดอกพกถุงผ้า หรือตะกร้าไปใส่ยาที่โรงพยาบาล จนกลายเป็นเทรนด์ของคนบ้านหนองขาย่างไปแล้ว

          ความสำเร็จดังกล่าวทำให้บ้านหนองขาย่างได้รับการยกย่องเป็นชุมชนตัวอย่างการจัดการขยะตามโครงการชุมชนปลอดขยะสู่ความยั่งยืน หรือโครงการสะอาดบุรี ของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และชุมชนแห่งนี้ก็พร้อมแล้วที่จะเป็น “โค้ชชุมชน” ให้แก่ชุมชนแห่งใหม่สามารถบริหารจัดการขยะเหลือศูนย์เช่นเดียวกับโครงการสะอาดบุรีในพื้นที่อื่น ๆ ที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว

#คุณภาพสิ่งแวดล้อมคือคุณภาพชีวิต

อ่านบทความสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ เพิ่มเติม >>> คลิก <<<