หน้าหลัก >> บริการออนไลน์ (e-services) >> ระบบข่าว >> จำนวนผู้เข้าชม: 830,963 ‘ทะเลยั่งยืน’ แบบฉบับ ดร.ธรณ์ หัวใจคือขับเคลื่อนผ่าน ‘ภาคประชาชน’

‘ทะเลยั่งยืน’ แบบฉบับ ดร.ธรณ์ หัวใจคือขับเคลื่อนผ่าน ‘ภาคประชาชน’
หน่วยงาน : กองส่งเสริมและเผยแพร่ วันที่ประกาศ : 08/08/2560 10:32 น. จำนวนผู้เข้าชม 323 PRINT

‘ทะเลยั่งยืน’ แบบฉบับ ดร.ธรณ์ หัวใจคือขับเคลื่อนผ่าน ‘ภาคประชาชน’

‘ทะเลยั่งยืน’ แบบฉบับ ดร.ธรณ์ หัวใจคือขับเคลื่อนผ่าน ‘ภาคประชาชน’

เมื่อพูดถึงแง่มุมของความยั่งยืน ย่อมกล่าวได้ในหลากรูปแบบหลายลักษณะ ครอบคลุมได้ทั่วทั้งดิน ฟ้า อากาศ แต่หากมองลงมายังผืนทะเลแล้ว แน่นอนว่าไม่มีใครที่จะไม่พูดถึงชื่อของ ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้โลดแล่นอยู่บนสายธารแห่งการอนุรักษ์มาไม่น้อยกว่า 20 ปี

ความยั่งยืนสำหรับเขาแล้วไม่จำเป็นต้องอธิบายมากมายแต่อย่างใด เพราะสิ่งนี้ถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจนภายใต้เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals) หรือ SDGs จำนวน 17 ข้อ ซึ่งทั่วโลกกำลังยึดถือเป็นแบบอย่างอยู่ในขณะนี้

“ส่วนที่เกี่ยวข้องกับผมโดยตรงคือ SDGs เป้าหมายที่ 14 การใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรและทรัพยากรทางทะเล ซึ่งเราก็ต้องดำเนินรอยตามแนวทางนี้ เพราะครอบคลุมประเด็นปัญหาที่ทั่วโลกกังวลเกือบทั้งหมดอยู่แล้ว” นักวิชาการด้านทะเลรายนี้ให้ความเห็น

เขา อธิบายว่า สำหรับข้อห่วงกังวลอันดับแรกๆ ในเป้าหมายนี้คือภาวะเรือนกระจก ซึ่งส่วนที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยสามารถแยกออกได้เป็นระยะสั้นและระยะยาว ตัวอย่างในส่วนของระยะสั้นที่เรากำลังเผชิญอยู่คือการหาทางรับมือต่อสู้ในเรื่องของปะการังฟอกขาว (Coral bleaching) ที่เกิดขึ้นเป็นระยะๆ จากสภาพของโลกที่เปลี่ยนแปลงและปรากฏการณ์เอลนิโญที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง

ขณะที่ระยะยาวคือเรื่องของทะเลกรด (Acid sea) ที่จะเกิดผลกระทบต่อตัวอ่อนสัตว์น้ำ ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการติดตามศึกษาค่าความเป็นกรดด่างและข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม ประการต่อมาคือเรื่องของขยะทะเล (Marine debris) โดยเฉพาะขยะพลาสติกที่กำลังกระจายไปทั่วโลก และเริ่มเข้าสู่วงจรอาหารของมนุษย์

สำหรับเรื่องขยะทะเล ประเทศไทยได้เริ่มมีการขยับแล้ว อย่างเช่นการประชุมขยะทะเลแห่งชาติ ที่จะเกิดขึ้นในเดือน ส.ค.นี้ รวมถึงการประชุมขยะทะเลในระดับภูมิภาค ที่ประเทศไทยก็จะเป็นเจ้าภาพ ในเดือน ธ.ค. หลังจากนั้นเราก็จะได้เห็นภาพรวมของการจัดการขยะทะเลว่าจะเป็นการลดขยะ การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ การเก็บขยะโดยตรง หรือการนำขยะมาใช้ซ้ำ เหล่านี้เป็นต้น

เพราะฉะนั้น อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) รายนี้จึงมองว่า ความยั่งยืนในภาคส่วนของรัฐบาลนั้น มีความเข้าใจ ติดตาม หรือเรียกได้ว่าโดนบังคับไปโดยอัตโนมัติอยู่แล้ว เพราะได้เซ็นสัญญาหรือลงนามข้อตกลงต่างๆ ไปแล้วมากมาย ซึ่งไม่ว่ากรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือแผนยุทธศาสตร์กระทรวงใดก็ตาม ต่างต้องล้อไปตามเป้าหมายเหล่านี้ทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือจะทำอย่างไรให้เป้าหมายดังกล่าวเป็นจริง จุดนี้เองเขาจึงมองย้อนกลับมาที่ภาคประชาชนว่าจะทำอย่างไรให้เกิดความเข้าใจในเป้าหมายทั้ง 17 ข้อ และเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนหรือผลักดันได้

“จริงๆ คนไทยก็พยายามเข้ามามีส่วนร่วมอยู่แล้ว เพียงแต่อาจยังสะเปะสะปะ อย่างผมเองได้รับข้อความที่แจ้งว่าโลมาตายที่นู่น ปลาวาฬตายที่นี่ เรือชนปะการังตรงนั้น จับปลาดาวมาเล่นตรงนี้ แต่ละวันจำนวนมากมาย ซึ่งบางทีเขากลัวการส่งข่าวภาครัฐ เพราะบางเรื่องอาจหมิ่นเหม่หรืออันตรายเลยส่งมาให้ผม จึงเห็นว่าเขามีส่วนร่วมอยู่แล้วเพียงแต่เราอาจต้องตีกรอบการมีส่วนร่วมให้ชัดเจน ผลักดันให้มีกลุ่มก้อนหรืออะไรสักอย่าง ไม่อย่างนั้นผมคนเดียวรับตาย” เขาระบุ

อาจารย์ประมงรายนี้มองว่า ขณะนี้ภาครัฐจึงต้องทำ SDGs ทั้ง 17 เป้าหมายให้เป็นที่เข้าใจสำหรับภาคประชาชนก่อน เมื่อเข้าใจแล้วก็เปิดช่องให้ทุกคนมีส่วนร่วมดูว่าจะเข้ามาเสียบตรงไหน ซึ่งเขามองว่าคนไทยเริ่มมีความเข้าใจ แต่ปัญหาอยู่ที่การนำภาครัฐกับผู้คนมาเชื่อมต่อกัน เมื่อมีปัญหาทางทะเลก็ให้ประชาชนส่งเข้ามา ขณะที่หน่วยงานข้างบนก็อาจต้องใช้ผู้คน ใช้การมีส่วนร่วมให้มากขึ้น

“สิ่งที่ผมทำมาก็มีคนช่วยเยอะแยะ คนเขาอยากทำอยู่แล้ว ซึ่งผมเชื่อว่าคนไทยรักทะเล และรักมากขึ้นในระยะหลัง เพียงแต่ขอให้เขามีช่องทางในการผลักดันหรือมีส่วนร่วมอะไรสักอย่าง” ธรณ์ สรุป

ที่มา : >>>คลิก<<<


TAG ที่เกี่ยวข้อง