หน้าหลัก >> บริการออนไลน์ (e-services) >> ระบบข่าว >> จำนวนผู้เข้าชม: 771,175 โลกเปลี่ยน ... เทคโนโลยีเปลี่ยน เปิด 7 นวัตกรรม พลิกโฉมวงการ 'ไฟฟ้า' ไทย

โลกเปลี่ยน ... เทคโนโลยีเปลี่ยน เปิด 7 นวัตกรรม พลิกโฉมวงการ 'ไฟฟ้า' ไทย
หน่วยงาน : กองส่งเสริมและเผยแพร่ วันที่ประกาศ : 07/08/2560 16:43 น. จำนวนผู้เข้าชม 397 PRINT

โลกเปลี่ยน ... เทคโนโลยีเปลี่ยน  เปิด 7 นวัตกรรม พลิกโฉมวงการ 'ไฟฟ้า' ไทย

โลกเปลี่ยน ... เทคโนโลยีเปลี่ยน  เปิด 7 นวัตกรรม พลิกโฉมวงการ 'ไฟฟ้า' ไทย

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและความรวดเร็วของโลกยุคดิจิทัล ที่หมุนเปลี่ยนยุคสมัยให้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับวิถีชีวิต และสร้างความปั่นป่วนให้กับการดำเนินธุรกิจในหลายอุตสาหกรรมมาแล้วนักต่อนัก

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาคธุรกิจหรืออุตสาหกรรมใดๆ ที่ดำเนินกิจการมาอย่างยาวนาน โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง ย่อมถูกกระทบจากคลื่นลูกใหม่ที่พร้อมจะซัดถาโถมเข้ามาในทุกขณะ

เช่นเดียวกับธุรกิจ “พลังงานไฟฟ้า” หนึ่งในอุตสาหกรรมที่หนีข้อเท็จจริงข้างต้นไม่พ้น และเริ่มปรากฏรูปธรรมให้เห็นแล้ว

ประเด็นดังกล่าวคือส่วนหลักที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงในงานสัมมนา “วิจัยพลังงานสู่การใช้งานจริงอย่างยั่งยืน ปีที่ 3” ซึ่งจัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เมื่อวันที่ 30 พ.ค.2560

รศ.ศุภชาติ จงไพบูลย์พัฒนะ ผู้ประสานงานโครงการร่วมสนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนา กฟผ.-สกว. อธิบายว่า เทคโนโลยีเปลี่ยนพลิกโฉม (Disruptive Technology) หมายถึงเทคโนโลยีที่สามารถเปลี่ยนวิธีการที่จะทำให้ได้งานด้วยวิธีการใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ซึ่งในที่สุดวิธีการเดิมนั้นก็จะถูกลบเลือนไปจากวิถีดำเนินชีวิตของเรา

เขาชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวที่เราต่างเคยเห็นผ่านมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น อีเมลทดแทนการส่งจดหมายแบบเดิม กล้องดิจิทัลที่ทดแทนการถ่ายภาพด้วยฟิล์มแบบเดิม การดูหนังฟังเพลงออนไลน์ที่ทดแทนการเล่นเทป ซีดี ดีวีดีแบบเดิม ตลอดจน Disruptive ที่มาแรงในปัจจุบันอย่าง อูเบอร์ ที่ไม่มีรถของตัวเองสักคัน แต่สามารถพาคุณไปส่งที่หมายได้

สำหรับ Disruptive ที่ถูกกล่าวถึงมาก และคาดกันว่าจะมาเปลี่ยนพลิกโฉมภาคพลังงานไฟฟ้าในอนาคตนั้น เขาสรุปออกมาเป็น 7 ชนิด

1.ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ที่ปัจจุบันล้วนมีการพัฒนาก้าวหน้า ซึ่งจะเห็นได้ว่าในอนาคตจะมีโรงไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่มีกำลังการผลิตขนาดเล็กตั้งกระจัดกระจายไปทั่วทุกหนแห่งในแต่ละภูมิภาค ต่างจากปัจจุบันที่แต่ละภูมิภาคมีโรงไฟฟ้าหลักขนาดใหญ่ไม่กี่โรงเป็นผู้ส่งจ่ายไฟฟ้าไปยังผู้ใช้

2.ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่มีการขยายตัวอย่างมาก และทำให้บริษัทผลิตรถยนต์ทั้งหลายต้องหันมาผลิตรถ EV ซึ่งน่าสนใจว่ารถ EV สามารถจ่ายไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ไปให้ผู้อื่นได้ด้วย ดังนั้นหากมีไฟฟ้าเหลือเพียงพอ รถอาจขายไฟฟ้าบางส่วนแก่ห้างได้เพื่อแลกกับค่าที่จอดรถ เป็นต้น

3.แบตเตอรี่ ที่จะมีต้นทุนถูกลงและประสิทธิภาพสูงขึ้น จนสามารถจุไฟฟ้าได้มากเพียงพอสำหรับนำไปประยุกต์ใช้เป็น Energy storage ในบ้านหรือตามอาคารสถานที่ต่างๆ เป็นตัวจักรสำคัญที่ทำให้การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมีขีดความสามารถในการจ่ายป้อนไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง

4.อุปกรณ์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง ใช้ไฟฟ้าน้อยลงในขณะที่ได้ผลลัพธ์เท่าเดิมหรือดีขึ้น เช่น หลอดไฟ LED เครื่องปรับอากาศแบบ Inverter วัสดุก่อสร้างที่ลดรังสีความร้อนเข้าสู่อาคาร เป็นต้น ซึ่งจะทำให้บ้าน อาคาร หรือโรงงานใช้พลังงานน้อยลงมาก จนสามารถใช้เพียงไฟฟ้าที่ผลิตได้เอง

5.Sensors กับ Smart meters ที่พัฒนาให้มีขนาดเล็กและใช้พลังงานน้อยมาก เมื่อผสานกับวงจรไมโครอิเล็กทรอนิกส์เป็น Smart meters หรือ Smart devices ทำให้สามารถวิเคราะห์ ควบคุม และบริหารจัดการระบบผลิตไฟฟ้า และการใช้ไฟฟ้าของอุปกรณ์ต่างๆ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว

6.Internet of Thing (IoT) ระบบอินเตอร์เนทที่มีขีดความสามารถเพิ่มขึ้น สามารถรองรับปริมาณการรับส่งข้อมูลได้อย่างมหาศาล เกิดบริการรับฝากข้อมูลระบบ Cloud ซึ่งพร้อมถูกเรียกออกไปใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา ในอนาคตข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าทั้งหมด จึงสามารถรวบรวมและถูกส่งไปเก็บเพื่อใช้ประโยชน์

7.เทคโนโลยี Blockchain ที่ถูกนำมาใช้ในบริการการเงินอิเล็กทรอนิกส์ และเป็นที่กล่าวขวัญว่ามีความน่าเชื่อถือที่สุด จนหลายคนเชื่อว่าจะปฏิวัติการทำธุรกรรมของระบบต่างๆ ได้แทบทุกวงการในสังคม ไม่เว้นแม้แต่ระบบสาธารณูปโภคไฟฟ้า เพราะจะทำได้รวดเร็ว ง่าย ถูก และน่าเชื่อถือกว่าวิธีการเดิมๆ ที่เราคุ้นเคย

รศ.ศุภชาติ กล่าวว่า เมื่อ Disruptive เหล่านี้ถูกบูรณาการเข้าด้วยกัน จนทำให้เกิดวิถีดำเนินกิจการระบบสาธารณูปโภคไฟฟ้าแบบใหม่ที่เหมาะสมกับสภาพสังคมในอนาคต ซึ่งในบางครั้งผู้ซื้ออาจเป็นผู้ขายก็ได้ โดยที่ผู้ซื้อขายทุกภาคส่วนในเครือข่ายทั้งหมดนี้จะมี Smart meters วิเคราะห์ปริมาณและคุณภาพของระบบไฟฟ้าตนเอง พร้อมมีสายส่งเชื่อมโยงถึงกันด้วยระบบ Smart grid สื่อสารข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเตอร์เนท และใช้เทคโนโลยี Blockchain ในการตรวจสอบข้อมูลดำเนินธุรกรรม

“ดังนั้นระบบสาธารณูปโภคไฟฟ้าแบบเดิมๆ ที่ผูกขาดการให้บริการโดยการไฟฟ้าภาครัฐมาอย่างยาวนาน ในอนาคตจะถูกเปลี่ยนพลิกโฉมไปเป็นรูปแบบธุรกรรมใหม่ ซึ่งไม่ได้มีเฉพาะผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่เท่านั้น แต่จะมีผู้ผลิตรายย่อยเล็กๆ มากมาย ที่จะเข้ามาสู่วงธุรกิจผลิตและซื้อขายไฟฟ้า รวมทั้งการเกิดผู้เล่นรายใหม่ๆ ที่เรียกกันว่า Solution Service Providers ที่ตนเองอาจไม่มีโรงผลิตไฟฟ้าเลยก็ได้” เขาฉายภาพอนาคต

จิราพร ศิริคำ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนระบบไฟฟ้า กฟผ. กล่าวว่า แน่นอนว่าผู้ที่จะได้รับผลกระทบที่สุดจากเทคโนโลยีเปลี่ยนพลิกโฉมคือกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้า อย่างไรก็ตามทาง กฟผ.ได้พิจารณาแนวทางในการเตรียมรับมือไว้แล้ว อย่างเช่นการทำโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนให้อยู่ในพื้นที่มากขึ้น แต่ก็ต้องดูแลเรื่องความเสถียร ซึ่งโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่จึงยังจำเป็นต้องมีอยู่

เธอกล่าวว่า กฟผ.มีการเตรียมพร้อมรับมือ Disruptive โดยในปัจจุบันมีการทดลองโรงไฟฟ้าต้นแบบพลังงานแสงอาทิตย์ที่ทับสะแก ขนาด 5 เมกะวัตต์ ซึ่งใช้เซลล์หลากหลายประเภทเพื่อศึกษาศักยภาพที่เกิดขึ้น หรือการศึกษาหญ้าเนเปียร์ในการนำมาเป็นเชื้อเพลิง ทดลองวิจัยการกักเก็บพลังงานลมมาไว้ใน fuel cell รวมไปถึงการวิจัยส่งเสริมประสิทธิภาพการใช้พลังงาน อย่าง รถ EV

“เราไม่ได้ทำรถ EV ขึ้นมาใหม่ แต่เราดัดแปลงรถรุ่นยอดนิยมที่ใช้ในประเทศให้เป็นรถ EV ซึ่งปัจจุบันสำเร็จไปแล้ว และกำลังเข้าสู่เฟสสองขยายไปยังรุ่นอื่นๆ ซึ่งคาดว่าจะเสร็จภายใน 1.5-2 ปี หลังจากนั้นเมื่อเราได้พิมพ์เขียวก็จะเข้าสู่เฟสสาม คือนำไปส่งเสริมอุตสาหกรรมรถยนต์ภายในประเทศ เป็นทางเลือกให้ประชาชนสามารถเป็นเจ้าของรถ EV ส่วนการตั้งสถานีชาร์จที่ กฟผ.จะเป็นผู้ให้บริการได้อย่างไรนั้น กำลังมองอยู่” ตัวแทน กฟผ.รายนี้กล่าว

ส่วนสุดท้ายที่ จิราพร ระบุ คือการดำเนินงานวิจัยเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในด้านต่างๆ หากระบบโรงไฟฟ้าในอนาคตเปลี่ยนแปลงไป ระบบสายส่งควรจะเดินแบบใด เทคโนโลยีที่สูงขั้นขึ้น หรือการพัฒนาเพื่อเชื่อมโยงแต่ละจุด ซึ่งปัญหาที่ผ่านมาคือผลงานวิจัยส่วนใหญ่มักออกมาล่าช้า และสุดท้ายไม่ได้ใช้ประโยชน์เพราะความล้าสมัย ดังนั้นทางแก้ไขคือนักวิจัยควรร่วมกันเร่งมือให้มากขึ้น

ที่มา : >>>คลิก<<<


TAG ที่เกี่ยวข้อง