หน้าหลัก >> บริการออนไลน์ (e-services) >> ระบบข่าว >> จำนวนผู้เข้าชม: 830,917 เกือบ 80 ปี ปลูกฝัง ‘รักษ์ต้นไม้’ สัดส่วนพื้นที่สีเขียวลดฮวบไม่สิ้นสุด!?

เกือบ 80 ปี ปลูกฝัง ‘รักษ์ต้นไม้’ สัดส่วนพื้นที่สีเขียวลดฮวบไม่สิ้นสุด!?
หน่วยงาน : กองส่งเสริมและเผยแพร่ วันที่ประกาศ : 07/08/2560 16:39 น. จำนวนผู้เข้าชม 333 PRINT

เกือบ 80 ปี ปลูกฝัง ‘รักษ์ต้นไม้’ สัดส่วนพื้นที่สีเขียวลดฮวบไม่สิ้นสุด!?

เกือบ 80 ปี ปลูกฝัง ‘รักษ์ต้นไม้’ สัดส่วนพื้นที่สีเขียวลดฮวบไม่สิ้นสุด!?

เชื่อว่าหลายคนคงยังไม่รู้ว่าประเทศไทยมี “วันต้นไม้แห่งชาติ” และคงไม่ทราบว่าวันสำคัญของชาติวันนี้ มีจุดเริ่มต้นที่ค่อนข้างยาวนาน และปรับเปลี่ยนไปมาอยู่หลายครั้ง

—– เกือบ 80 ปี ปลูกฝัง “ปลูกต้นไม้” —–

ย้อนกลับไปในปี 2532 หรือประมาณ 28 ปีก่อน ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติกำหนดให้ “วันวิสาขบูชา” ของทุกปี เป็น “วันต้นไม้แห่งชาติ” เนื่องจากเห็นว่าเป็นระยะเริ่มต้นของฤดูฝน ซึ่งจะทำให้การปลูกต้นไม้ได้ผลดี

แต่นั่นไม่ใช่จุดเริ่มต้นของ “วันต้นไม้แห่งชาติ”

ย้อนกลับไปถึงปี 2503 หรือราวๆ 57 ปีก่อน ที่ประชุม ครม.เคยมีมติร่วมกันกำหนดให้ “วันเข้าพรรษา” ของทุกปี เป็น “วันต้นไม้ประจำปีของชาติ” มาแล้วครั้งหนึ่ง โดยขณะนั้นเห็นตรงกันว่าวันเข้าพรรษาอยู่ในฤดูฝน มีฝนตก เหมาะสมกับการปลูกต้นไม้

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับไม่ตรงตามความคาดหมาย ด้วยสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงทำให้ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล และมักพบฝนทิ้งช่วงในระหว่างฤดูกาลเข้าพรรษา ทำให้การปลูกต้นไม้ในช่วงเข้าพรรษาไม่ได้ผลเท่าที่ควร ที่ประชุม ครม.จึงมีมติให้ย้ายไปเป็นวัน “วิสาขบูชา” และเปลี่ยนชื่อวันเป็น “วันต้นไม้แห่งชาติ”

แต่นั่นก็ยังไม่ใช่จุดเริ่มต้นของ “วันต้นไม้แห่งชาติ”

ย้อนกลับไปในปี 2494 หรือร่วมๆ 66 ปีก่อน องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (The Food and Agriculture Organization of the United Nations: FAO) มีมติให้ประเทศสมาชิกจัดเทศกาลปลูกต้นไม้ประจำปีขึ้น

ประเทศไทยในฐานะประเทศสมาชิกจึงเห็นพ้องดำเนินการ โดยที่ประชุม ครม.ได้เห็นชอบให้ “วันชาติ” (24 มิ.ย.) ของทุกปี เป็น “วันปลูกต้นไม้ประจำปี” แต่ทว่าในปี 2503 มีการประกาศยกเลิก “วันชาติ” นั่นจึงทำให้ ครม.ย้ายวันเป็นวัน “เข้าพรรษา” และเปลี่ยนชื่อวันเป็น “วันต้นไม้แห่งชาติ”

แต่นั่นก็ยังไม่ใช่จุดเริ่มต้นของ “วันต้นไม้แห่งชาติ” อีกเช่นกัน

ย้อนกลับไปในปี 2481 หรือประมาณ 79 ปีก่อน กรมป่าไม้ได้ชักชวนให้ข้าราชการและประชาชนร่วมกันปลูกต้นไม้ใน “วันชาติ” ตามแบบอย่างวัน Arbor Day ที่ต่างประเทศทำกันมา ถัดจากนั้นอีก 3 ปี คือในปี 2484 กรมป่าไม้ ได้ชักชวนให้ภาคส่วนต่างๆ ทั้งคณะกรรมการจังหวัด อำเภอ จัดให้มีการปลูกต้นไม้ในวันชาติอย่างจริงจัง

นั่นเป็นครั้งแรกที่มีการปลูกต้นไม้อย่างจริงจัง และนับเป็นจุดเริ่มต้นของ “วันต้นไม้แห่งชาติ” อย่างแท้จริง

จนถึงขณะนี้ ล่วงเลยมาเฉียดๆ 80 ปี ของความพยายามรณรงค์และปลูกฝังให้ “ปลูกต้นไม้” แต่ทว่าสถานการณ์ต้นไม้ในประเทศไทยกลับค่อยๆ ถดถอยเสื่อมลง

—– สถานการณ์ป่าไม้ไทย “เสื่อมถอย” —–

ข้อมูลจากมูลนิธิสืบนาคะเถียรฉายภาพรวมสถานการณ์ป่าไม้ของประเทศไทย โดยพบว่าตั้งแต่ปี 2504 ซึ่งเป็นปีแรกที่มีการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 1 ในช่วงปีนั้นประเทศไทย มีพื้นที่ป่าไม้อยู่ประมาณ 171 ล้านไร่ หรือ 53.33% ของพื้นที่ประเทศ

พื้นที่ป่าไม้ในประเทศค่อยๆ ลดลงอย่างต่อเนื่องติดต่อกันร่วมๆ 40 ปี จนกระทั่งเข้าสู่ปี 2543 ที่ตัวเลขพื้นที่ป่าไม้กลับมีอัตราที่สูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด

ทว่า ตัวเลขที่เปลี่ยนแปลงไปไม่ได้เกิดจาการที่มีพื้นที่ป่าไม้เพิ่มมากขึ้น แต่เกิดจากการที่มีการเปลี่ยนแปลงการใช้ภาพถ่ายดาวเทียมในการแปลพื้นที่ป่า จนทำให้พื้นที่ป่าสูงขึ้นมาจนน่าตกใจ

ล่าสุด ข้อมูลปี 2558 ประเทศไทยมีพื้นที่ป่าล่าสุดอยู่ทั้งหมด 102,240,981.88 ไร่ หรือ 31.60% ลดลงจาก ปี 2557 อยู่ 44,418.74 ไร่

ขณะที่นโยบายป่าไม้ของชาติ เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้อนุมัติแผนแม่บทการพิทักษ์ทรัพยากรไม้ของชาติ โดยกำหนดเป้าหมายพื้นที่ป่าของประเทศที่ควรมีไว้ไม่น้อยกว่า 40% ของพื้นที่ประเทศหรือประมาณ 128.41 ล้านไร่ ภายใน 10 ปี

ดังนั้น พื้นที่ป่าของประเทศไทยจึงมีเป้าต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ประมาณ 27.29 ล้านไร่ หรือประมาณ 8.43% ของพื้นที่ประเทศ

“ด้วยปัจจุบันสภาพเศรษฐกิจ สังคม ภาวะมลพิษ และจำนวนประชากรที่เปลี่ยนไปจากเดิม รวมไปถึงนโยบายของหลายๆ หน่วยงานที่ขัดแย้งกันเองทำให้เป็นอุปสรรคในการเพิ่มพื้นที่ป่าของประเทศ เช่น นโยบายประกันราคา หรือการส่งเสริมให้มีการปลูกพืชเชิงเดี่ยวบางชนิดของภาครัฐเองทำให้เป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้พื้นที่ป่าโดนรุกอย่างหนัก การพัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ซึ่งก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ป่าเสื่อมโทรมลงไปเรื่อยๆ” ตอนหนึ่งจากรายงานสถานการณ์ป่าไม้ของมูลนิธิสืบนาคาเถียร ระบุ

อย่างไรก็ดี ความพยายามเหล่านั้นยังคงมีต่อไป ผ่านหลายรูปแบบและกิจกรรมในปัจจุบัน

—– ปลูกไม้ลดภาษี – แจกพันธุ์ 50 ล้านกล้า—–

ชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ เตรียมเพาะกล้าไม้พันธุ์หลากชนิด อาทิ ไม้เศรษฐกิจและไม้มีมูลค่ากว่า 50 ล้านกล้า เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนและองค์กรต่างๆ ที่สนใจ โดยสามารถขอรับกล้าไม้ได้ที่ศูนย์เพาะชำกล้าไม้ และสถานีเพาะชำกล้าไม้ของกรมป่าไม้ 108 แห่งทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

สำหรับ กรุงเทพมหานคร (กทม.) มีนโยบายเพิ่มพื้นที่สีเขียว โดยมีนโยบายที่จะให้เอกชนมาสนับสนุนการเพิ่มพื้นที่สีเขียวมากขึ้นในรูปแบบต่างๆ ซึ่งอาจมีมาตรการสนับสนุนด้วยการ “ลดหย่อนภาษี”

พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าฯ กทม. อธิบายว่า แนวทางการปลูกต้นไม้เพื่อลดภาษีโรงเรือนและที่ดิน เบื้องต้นได้กำหนดมาตรการใน 2 รูปแบบคือ มาตรการภาครัฐ คือการกำหนดให้หน่วยงานภาครัฐทุกหน่วยงานต้องวางแผนการปลูกต้นไม้ในพื้นที่ของตนเอง

ส่วนมาตรการภาคเอกชนจะเป็นการสร้างแรงจูงใจในการให้ประชาชนปลูกต้นไม้ตามพื้นที่ที่กำหนด โดยขณะนี้ กทม.อยู่ระหว่างการตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษากำหนดแนวทางการปลูกต้นไม้ที่ชัดเจน

ทางด้านที่ประชุมคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูประบบสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็ง ในคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ได้พิจารณาวาระ เรื่อง (ร่าง)กลไกการดำเนินการการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ต้นไม้เพื่อแผ่นดิน และพิจารณา(ร่าง) การสังเคราะห์ข้อมูลการดำเนินงานต้นไม้ในประเทศไทย เพื่อพิจารณาแนวทางขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ต้นไม้ให้เป็นรูปธรรม

อำพล จินดาวัฒนะ ประธานคณะอนุกมธ.ระบุว่า ที่ประชุมได้เสนอให้จัดตั้งเครือข่ายประชารัฐสานพลังยุทธศาสตร์ต้นไม้เพื่อแผ่นดิน โดยจะประชุมภาคีเครือข่ายนัดแรกในเดือน ก.ค.2560

ได้แต่หวังว่ามาตรการและนโยบายเหล่านี้ จะช่วยให้ประเทศไทยร่มรื่น เขียวชอุ่ม และน่าอยู่มากกว่าเดิม

ที่มา : >>>คลิก<<<


TAG ที่เกี่ยวข้อง