deqp
โรงเรียนอีโคสคูล
รายละเอียดบทความ
สส.เปิดผลสำเร็จ “Eco-School” ช่วยสร้างคน เปลี่ยนพฤติกรรมเด็กผ่านการเรียนรู้ 7 ขั้นตอน
กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.)ได้ขับเคลื่อนกระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษาในโรงเรียนผ่านโครงการโรงเรียนสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน หรืออีโคสคูล (Eco-School) โดยนำหลักการจัดการโรงเรียนทั้งระบบ (WholeSchool Approach) มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาโรงเรียนให้เป็น “โรงเรียนเพื่อสิ่งแวดล้อม” เพื่อเป็นพื้นที่ให้เด็กได้เรียนรู้และฝึกทักษะการใช้ชีวิตอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
 
โครงการอีโคสคูล ถูกดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2551มีโรงเรียนเข้าร่วมมากกว่า 150 แห่งทั่วประเทศและหลายแห่งสามารถขับเคลื่อนกระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษาที่สอดคล้องกับบริบทของท้องถิ่นตัวเองและสามารถพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปัจจุบันอยู่ในระหว่างการดำเนินงานระยะที่ 3 คือการขยายผลความสำเร็จไปสู่โรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศให้เพิ่มมากขึ้นรวมทั้งมีการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้โรงเรียนอีโคสคูล 4 แห่ง ได้แก่โรงเรียนเมืองกระบี่ จ.กระบี่ โรงเรียนบ้านท่าขาม จ.ประจวบคีรีขันธ์ โรงเรียนมัธยมสุวิทย์เสรีอนุสรณ์ กทม. และโรงเรียนบ้านน้ำมิน จ.พะเยาเพื่อเป็นต้นแบบการดำเนินงานให้กับโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงต่อไป
 
นางเครือวัลย์ จ้อยศรีเกตุ ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมสุวิทย์เสรีอนุสรณ์ เปิดเผยว่าโรงเรียนได้เข้าร่วมโครงการอีโคสคูลมาตั้งแต่ปี 2556 โดยดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมศึกษาตามบริบทของโรงเรียนที่มีสภาพพื้นที่มีเพียงอาคารเรียน 3 หลัง และแทบไม่มีพื้นที่ใช้สอยอื่นๆ ซึ่งข้อจำกัดดังกล่าวอาจทำให้โรงเรียนไม่สามารถสร้างบริบทเรื่องความสวยงามของสภาพแวดล้อมภายในโรงเรียนได้ แต่ก็ไม่เป็นปัญหาต่อการพัฒนากระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษาของโรงเรียน เนื่องจากเราใช้วิธีการสร้างคนโดยผ่านหลักสูตรสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นเหมือนรายวิชาเพิ่มเติม โดยนำร่องเปิดการสอนในระดับชั้น ม.4 จำนวน 2 ห้องเรียน
 
ทั้งนี้กระบวนการของหลักสูตร จะเริ่มต้นจากครูเป็นผู้ให้หัวข้อกว้างๆ ลงไป เช่น เรื่องดิน น้ำ อากาศ จากนั้นจึงให้นักเรียนไปจับกลุ่มหารือกัน 3-4 คนว่า มีความสงสัย มีความคิด หรือมีความสนใจในเรื่องใด ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการเรียนรู้ 7 ขั้นตอน คือ 1.การกำหนดประเด็นปัญหา 2.การหาข้อมูลความรู้จากแหล่งต่างๆ 3.การนำความรู้มาวิเคราะห์ผลดี ผลเสีย และแนวทางการแก้ปัญหา 4.การเรียนรู้ในเรื่องสถานการณ์ว่า ปัจจุบันนี้องค์ความรู้เดิมที่มีอยู่สามารถแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ สำเร็จหรือไม่สำเร็จ และควรเพิ่มเติมอะไรลงไปหรือไม่ 5.การวางแผนการทำงาน 6.การลงมือปฏิบัติ และ 7.การสรุปบทเรียนและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนๆ
 
“การดำเนินงานในช่วงแรกๆ ต้องยอมรับว่าเด็กยังคุ้นชินอยู่กับนิสัยต้องการให้ครูเป็นผู้ป้อนความรู้ให้จึงมักจะเข้ามาถามว่า ทำไมครูไม่สอนเลย ทำไมครูไม่บอกอะไรเลย แต่ครูก็ต้องตั้งคำถามกลับว่า ทำไม ทำไม เพื่อชวนเข้าคิด ชวนเขาทำชวนเขาหาข้อมูลมาอธิบาย ซึ่งเราต้องใช้เวลามากถึง 1 ภาคการศึกษาในการปรับทัศนะและความคิดของนักเรียน แต่เมื่อเริ่มต้นภาคเรียนที่ 2เด็กจะเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมให้เห็นอย่างชัดเจนขึ้น กล้าคิด กล้าทำกล้าแสดงออก ทำให้สามารถก้าวสู่กระบวนการเรียนรู้ได้อย่างเต็มรูปแบบ”
 
ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมสุวิทย์เสรีอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า ผลจากการดำเนินงานตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมา คือทำให้โรงเรียนของเรามีนักเรียนที่มีจิตสำนึกที่ดีในเรื่องสิ่งแวดล้อมเกิดความร่วมมือ ความสามัคคีของครู นักเรียน และบุคลากรทุกฝ่ายรวมทั้งครอบครัวและชุมชนของนักเรียน แต่สิ่งที่เราคาดไม่ถึงมาก่อนเลยก็คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวนักเรียนเอง โดยหลายคนที่ก่อนหน้านี้เป็นเด็กติดเกม หรือเรียนหนังสือแย่มากแต่พอเข้ามาเรียนรู้ในหลักสูตรนี้ ก็เริ่มมีความคิด ความอ่าน เป็นคนใฝ่ศึกษา ใฝ่หาความรู้กลายเป็นคนมีจิตอาสาและพลเมืองสิ่งแวดล้อมที่มีคุณภาพอย่างเต็มตัวจนคนในชุมชนรอบข้างพากันออกมาชื่นชม ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างสูงสุดที่รับจากการดำเนินงานเพราะจิตสำนึกที่ดีที่เกิดขึ้นในตัวเด็กทุกคน จะเป็นสมบัติที่ติดตัวพวกเขาได้อย่างยั่งยืนไปจนตลอดชีวิต
โรงเรียน โรงเรียนมัธยมสุวิทย์เสรีอนุสรณ์
คำสำคัญ Eco-School
วันที่แก้ไขล่าสุด 31 21 2560