deqp
โรงเรียนอีโคสคูล
รายละเอียดบทความ
มัธยมสุวิทย์ฯ สร้าง “นักคิด จิตอาสา” ผ่านรายวิชาอีโคสคูล

                โรงเรียนมัธยมสุวิทย์เสรีอนุสรณ์ ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร ได้สร้างหลักสูตรที่พัฒนานักเรียนด้วยหลัก “นักคิดจิตอาสา” ผ่านรายวิชาอีโคสคูลหรือหลักสูตรสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน การเรียนรู้ที่มีมากกว่าในห้องเรียน ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง ลงพื้นที่จริง พบกับปัญหาจริงๆ โดยมุ่นเน้นให้เกิด 3 สิ่ง คือ คิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาเป็น

รายวิชาอีโคสคูลเป็นรายวิชาใหม่ที่ไม่ได้สอนกันทุกๆ โรงเรียน มีการบูรณาการการเรียนรู้จากทุกๆ รายวิชา เพื่อให้เด็กลงมือปฏิบัติมากกว่าการเรียนรู้ในห้องเรียนสอดคล้องกับ นโยบายลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ (Moderate Class More Knowledge) ซึ่งทางโรงเรียนมัธยมสุวิทย์เสรีอนุสรณ์ ไม่ได้อยู่ในจำนวนโรงเรียนที่ทำการทดลองนโยบายนี้ แต่ถ้ามีการปรับเวลาเรียนตามที่มีการทดลองใช้อยู่ ทางโรงเรียนก็พร้อมที่จะนำอีโคสคูลไปแทรกในเวลากิจกรรมให้ครบทุกระดับชั้น

                ทางโรงเรียนมัธยมสุวิทย์เสรีอนุสรณ์ ได้เริ่มทำการเรียนการสอนหลักสูตรอีโคสคูลในปีการศึกษา 2556 ที่ผ่านมา นายวีระพงษ์ พิมพ์สาร อาจารย์ประจำวิชาฟิสิกส์และเป็นผู้ดูแลหลักสูตรอีโคสคูล โรงเรียนมัธยมสุวิทย์เสรีอนุสรณ์ ได้กล่าวถึงหลักสูตรว่า หลักสูตรอีโคสคูลของที่นี่ใช้กระบวนการเรียนรู้ 7 ขั้นตอน นั่นก็คือ 1) การหาประเด็น การสำรวจประเด็นปัญหา ที่ตัวเองสนใจ  2) หาความรู้ที่จะมาจัดการกับปัญหาประเด็นดังกล่าว 3) วิเคราะห์ว่าสาเหตุของปัญหาคืออะไร เป็นอย่างไร และควรแก้ไขอย่างไร 4) เรียนรู้ประสบการณ์ ทั้งวิธีการทางวิทยาศาสตร์และภูมิปัญญาทิ้งถิ่น ที่จะสามารถนำมาจัดการกับปัญหาได้  5) วางแผนการดำเนินงาน ว่าจะทำในรูปแบบใด  6) ขั้นตอนการปฏิบัติงาน  และ 7) คือการแลกเปลียนเรียนรู้

นายวีระพงษ์ กล่าวว่า ถ้าเป็นโครงงานทั่วไปปฏิบัติขั้นที่ 6 เสร็จก็ถือว่าประสบความสำเร็จ แต่สำหรับโปรเจคอีโคสคูลนี้ ขั้นที่ 7 จะต้องมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ นักเรียนจะต้องไปบอกความรู้ที่ได้จากการทำโปรเจค กับชุมชนหรือคนใกล้ตัวด้วยวิธีใดก็ได้ เพื่อเป็นกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในขั้นตอนที่ 7

"หลักสูตรอีโคสคูลไม่ใช่แค่สอนให้เด็กเป็นนักคิดเท่านั้น แต่เป็นการสร้างอาชีพติดตัวให้เด็กอีกด้วย เพราะถ้าหากเด็กบางคนไม่มีโอกาสได้ศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยก็สามารถยึดอาชีพจากสิ่งที่ทำเหล่านี้ได้" นายวีระพงษ์กล่าว

หลังจากที่เริ่มหลักสูตรอีโคสคูลได้ประมาณ 1 ปี ผลที่ออกมาค่อนข้างประสบความสำเร็จ เนื่องจากหลักสูตรนี้เน้นความรู้ที่เกิดขึ้นกับตัวนักเรียนโดยตรง ความยั่งยืนของหลักสูตรอยู่ที่กระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนที่ได้ความรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง ในพื้นที่จริง ได้พบกับปัญหาที่ต้องแก้ไขจริงๆ บางความรู้ไม่มีสอนในห้องเรียน ผู้เรียนต้องเกิดการเรียนรู้เองจากประสบการณ์ของตนเอง  ด้านผู้สอนมีหน้าที่สนับสนุนความคิดผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนทำงานได้อย่างเต็มที่

นายธนโชติ ศรีกุตา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5  สายวิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์ โรงเรียนมัธยมสุวิทย์เสรีอนุสรณ์ ได้เล่าประสบการณ์การเรียนรู้ในหลักสูตรอีโคสคูลว่า ตนเองเริ่มเรียนหลักสูตรนี้ตั้งแต่ปี 2557 ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ซึ่งเวลาลงพื้นที่ ตนเห็นปัญหาของสิ่งแวดล้อมค่อนข้างเยอะ  เช่นปัญหาน้ำเสียไม่ใช่แค่ว่าออกซิเจนในน้ำต่ำเพียงอย่างเดียวแต่ยังมีสารเคมีตกค้าง หรือว่าคราบสกปรกต่างๆ ในน้ำด้วย ทำให้ตอนนั้นตนได้ทำโปรเจคเติมออกซิเจนลงในน้ำด้วยการทำกังหันน้ำแบบเรือถีบ เป็นการผสมผสานระหว่างไอเดียจากกังหันน้ำชัยพัฒนาบวกกับการปั่นจักยาน แต่ในปีนี้ตนได้ทำการพัฒนาจากโปรเจคเดิมให้มีความสามารถในการรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยการเปลี่ยนแปลงจากกังหันน้ำแบบเรือถีบให้เป็นกังหันน้ำที่ใช้เรือบังคับแทน นอกจากจะบังคับได้แล้วนั้นตนได้ทำการพัฒนาให้สามารถตัดผักตบชวา ตัดขยะ และลากเข้าฝั่งเพื่อทำการเก็บทิ้งทำลายได้อีกด้วย

“หลักสูตรนี้พัฒนาศักยภาพของผมเรื่องงานช่างค่อนข้างมาก เพราะผมไม่เคยทำเรือและการเชื่อมเหล็กเลย แต่เพราะโปรเจคเพราะรายวิชานี้ ทำให้ผมได้ทำการฝึกจนตอนนี้มีความรู้พื้นฐานในเรื่องงานเหล็กมากขึ้น" นายธนโชติกล่าว

             ด้านนางสาวณัฏฐา ทาอ้อ นักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6  สายวิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์  โรงเรียนมัธยมสุวิทย์เสรีอนุสรณ์ ผู้ขอเข้ามาร่วมเรียนในหลักสูตรอีโคสคูล เนื่องจากเรียนในหลักสูตรเก่า ก่อนที่จะมีการเรียนการสอนหลักสูตรอีโคสคูล กล่าวว่า ตนได้ขอเข้าร่วมเรียนในหลักสูตรนี้ เพราะจะได้ทำโปรเจค ที่ทำให้ต้องเรียนรู้นอกห้องเรียน ต้องฝึกการคิด ต้องฝึกการลงมือทำ ในอนาคตเมื่อเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย ก็ต้องใช้กระบวนการเรียนรู้เหล่านี้ไปใช้ประโยชน์

             การเรียนรู้นอกห้องเรียนของนักเรียนโรงเรียนมัธยมสุวิทย์เสรีอนุสรณ์ ได้ใช้พื้นที่ของชุมชนหมู่บ้านพัฒนาศาลาลอย  ชุมชนคลองมะขามเทศ และชุมชนบึงหนองบอน เป็นห้องปฏิบัติงานในการสร้างกระบวนการการเรียนรู้ นายบุญส่ง ศรีสุวรรณ  ประธานชุมชนหมู่บ้านพัฒนาศาลาลอย กล่าวว่า การเข้ามาทำกิจกรรมของนักเรียนในชุมชน กระตุ้นให้ผู้คนในชุมชนหันมาเล็งเห็นความสำคัญของการรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ช่วยจุดประกายการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้แก่ผู้พบเห็น ถือเป็นตัวอย่างที่ดี และตนยินดีสนับสนุนกิจกรรมเหล่านี้ต่อไป  

ผู้รายงานข่าว กุลกนิษฐ์ เซ็นสมบูรณ์ (มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต)   , วันที่ 16 พฤศจิกายน 2558
ที่มา : http://www.tja.or.th/cyberreporter/detail.php?content=1678

โรงเรียน โรงเรียนมัธยมสุวิทย์เสรีอนุสรณ์
คำสำคัญ หลักสูตรอีโคสคู, กระบวนการเรียนรู้ 7 ขั้นตอน, โรงเรียนมัธยมสุวิทย์เสรีอนุสรณ์
วันที่แก้ไขล่าสุด 28 55 2559