หน้าหลัก >> Knowledge >> อากาศ >> จำนวนผู้เข้าชม: 3,582 ปรากฏการณ์

คลังความรู้ อากาศ : ปรากฏการณ์

ปรากฏการณ์

thumb640x360_8148923638.jpg

          ขณะนี้ปัญหาสิ่งแวดล้อมนับว่าเป็นปัญหาระดับโลก ที่นานาชาติต้องร่วมมือกันแก้ไข มิฉะนั้นสิ่งมีชีวิตบนโลก ซึ่งก็รวมทั้งมนุษย์ด้วย คงอยู่กันอย่างยากลำบากยิ่งขึ้น ทุกคน ทุกชาติต้องมีส่วนช่วยกันรับผิดชอบ และในช่วง 2 - 3 เดือนที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์อย่างหนึ่งที่สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วโลก นั่นก็คือ ปรากฏการณ์ "El Nino" และแม้ว่าการเกิดของ El Nino จะอยู่ตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก แต่หลายคนก็เชื่อว่า El Nino จะส่งผลกระทบไปทั่วโลกและคงปฏิเสธไม่ได้ว่า สภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมของโลกในทุกวันนี้ ได้เปลี่ยนแปลงไป อย่างรวดเร็ว ภัยธรรมชาติที่ถาโถมเข้าใส่ส่วนต่างๆ ของโลกไม่เว้นแต่ละวัน เป็นปัจจัยบ่งชี้ให้เห็น ได้เป็นอย่างดีถึงมหันตภัยธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม ภัยแล้ง พายุ หรือแม้กระทั่งการเกิดทุพภิกขภัยครั้งร้ายแรงในเกาหลีเหนือ และล่าสุดความเลวร้ายของมลพิษทางอากาศที่เกิดจากไฟไหม้ป่า ในเกาะสุมาตราและเกาะบอร์เนียวของอินโดนีเซีย

          El Nino คืออะไร ??.. El Nino เกิดขึ้นได้อย่างไร?.และ El Nino จะส่งผลกระทบ ต่อมวลมนุษยชาติ มากน้อยเพียงใด ??..

2elnino.gif

o-perigaud-elnino.jpg

          หากจะมองสภาพภูมิอากาศอันเป็นที่ตั้งของประเทศเปรู ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกาใต้ หรือทางด้านตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ใกล้เส้นศูนย์สูตรนั้น จะมีกระแสน้ำเย็นใต้มหาสมุทรพัดขึ้นมาของผิวน้ำ ซึ่งขบวนการนี้ คือการ พัดขึ้นมาแทนที่ของกระแสน้ำเย็นจากใต้มหาสมุทรขึ้นมาตามบริเวณชายฝั่ง อันเป็นผลมาจากลมสินค้าตะวันออกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรง พัดขนานฝั่ง ประกอบกับการหมุนรอบตัวเองของโลก และในขณะที่ลมสินค้าตะวันออกเฉียงใต้และการหมุนของโลก จึงผลักดันให้ผิวน้ำเบื้องบนที่อุ่น พัดห่างจากฝั่งไป ดังนั้นบริเวณชายฝั่งที่มีกระแสน้ำเย็นพัดขึ้นมาแทนที่ จะเป็นบริเวณที่เหมาะที่สุดสำหรับการ เจริญเติบโตของปลานานาชนิด และทั่วโลกจะมีบริเวณเช่นนี้อยู่ 5 บริเวณ ใหญ่ๆ คือ บริเวณชายฝั่งรัฐแคริฟอร์เนีย ชายฝั่งประเทศเปรู ชายฝั่งประเทศนามีเบีย ชายฝั่งประเทศโมริตาเนีย และชายฝั่งประเทศโซมาเลีย

          นั่นเป็นปรากฏการณ์ปกติที่ลมสินค้าตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะพัดอยู่เป็นประจำบริเวณเขตร้อนในซีกโลกใต้ แต่ว่าในบางครั้งลมสินค้าตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดอยู่บริเวณตะวันตก และตอนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ จะอ่อนกำลังลงหรือพัดกลับทิศตรงกันข้าม ซึ่งจะมีผลทำให้เกิดคลื่นมหาสมุทร พัดพาไปในทิศตะวันออกสวนกับทิศของลมเดิม เมื่อคลื่นนี้พัดพาไปถึงชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือ ของทวีปแอฟริกาใต้ บริเวณประเทศเปรู ใกล้กับเส้นศูนย์สูตร จึงทำให้น้ำทะเลที่อุ่นที่ถูกพัดมาด้วยคลื่น ก็จะแทนที่กระแสน้ำเย็นที่พัด ขึ้นมาจากใต้มหาสมุทรซึ่งมีอยู่เดิมในบริเวณนี้ ขบวนการที่ผิวน้ำทะเลที่อุ่น พัดมาแทนที่กระแสน้ำเย็นในบริเวณนี้ ปรกติ เรียกว่า "El Nino"

          El Nino เป็นภาษา สเปน ที่ชาวประมงเปรูเรียกปรากฏการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นในเดือนธันวาคม หลังเทศกาลคริสต์มาส และคำว่า "El Nino" นั้น แปลว่า "บุตรของพระคริสต์"

          แม้ว่า El Nino จะใช้เรียกปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ในบริเวณชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาใต้นั้นแต่ต่อมาคำนี้ ได้ถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางเพื่อหมายถึง การที่ผิวน้ำบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ใกล้เส้นศูนย์สูตร มีอุณหภูมิสูงขึ้นผิดปรกติ และในทุก 10 ปี จะเกิดปรากฏการณ์ El Nino เฉลี่ย 2 ครั้งๆ ละประมาณ 8 - 12 เดือน และสถานที่ที่เกิดของ El Nino จะอยู่บริเวณ มหาสมุทรแปซิฟิกทางแถบชายฝั่งทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ โดยนับจากเส้นศูนย์สูตรขึ้นไป 10 องศาเหนือ และถัดจากเส้นศูนย์สูตรลงมา 10 องศาใต้

          โดยสรุปแล้ว "El Nino" คือ การไหลย้อนกลับของผิวน้ำทะเลที่อุ่นในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ จากบริเวณเส้นศูนย์สูตรทางมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก ไปแทนที่กระแสน้ำเย็นที่พัดอยู่เดิม ตามบริเวณเส้นศูนย์สูตรทางมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออก และบริเวณชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกาใต้ แถบประเทศเอกวาดอร์ เปรู และชิลีตอนเหนือ

          ในทางอุตุนิยมวิทยา ก็ได้อธิบายถึงสาเหตุที่ El Nino ได้ทำให้เกิดความแห้งแล้งในบริเวณที่เคยมีฝนตก และเกิดฝนตกหนักในบริเวณที่เคยแห้งแล้ง ก็เป็นเพราะว่าการหมุนเวียนของอากาศในแนวดิ่งที่หมุนเวียน ไปทางทิศตะวันออก - ตะวันตก บริเวณเขตศูนย์สูตร นั่นเอง และกรณีเกิดไฟไหม้ที่ประเทศอินโดนีเซีย ที่ก่อให้เกิดหมอกควันไปทั่วภูมิภาคใกล้เคียงนั้น เชื่อว่า El Nino นั้น เป็นตัวสกัดกั้นไม่ให้เกิดการก่อตัวของพายุซึ่งจะช่วยหอบน้ำมาดับไฟป่าเหล่านั้นและในปลายปี พ.ศ. 36743 ได้มีการค้นพบว่า ปรากฏการณ์ El Nino มีความเชื่อมโยงกับความผันแปรของระบบอากาศในซีกโลกใต้ หมายถึง การที่บริเวณความกดอากาศที่ระดับน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ มีความสัมพันธ์เป็นส่วนกลับกับบริเวณความกดอากาศที่ระดับน้ำทะเลในมหาสมุทรอินเดีย ดังนั้นเมื่อความกดอากาศในมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ มีค่าสูง ความกดอากาศบริเวณมหาสมุทรอินเดีย จากแอฟริกาถึงออสเตรเลียมักจะมี ค่าต่ำ สรุปก็คือ จะเกิดการหมุนเวียนของอากาศจากบริเวณที่มีความกดอากาศสูงไปยัง บริเวณที่มีความกดอากาศต่ำ ระหว่างมหาสมุทรทั้งสอง

          ในทางอุตุนิยมวิทยา จึงเรียก ปรากฏการณ์ทั้งสองอย่างนี้ว่า ENSO ซึ่งเป็นคำย่อมาจากคำว่า "El Nino/Southern Oscillation" ดังนั้นนักอุตุนิยมวิทยาจึงมักจะนิยมใช้คำว่า ENSO แทน El Nino เพราะมีความหมายที่ถูกต้องสมบูรณ์มากกว่า แต่อย่างไรก็ตามคำว่า El Nino ก็ยังเป็นคำที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย เพราะเป็นชื่อที่คุ้นเคยกันมากกว่า